
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมายังประเทศไทยนั้นยังมีอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยคาดว่าจะมี 2 ดีลใหญ่ที่อาจเข้ามาลงทุนในนิคมของบริษัทภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถเร่งการเติบโตของรายได้ให้ทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ได้ต่อเนื่อง
“จากปีก่อนที่เรามี BYD เข้ามาลงทุน ในปีนี้เรามองว่ายังมีดีลใหญ่เข้ามาลงทุนอีก ซึ่งจะมีประมาณ 2 ดีล ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยยังเป็นจุดที่เข้มแข็งและดึงดูดการลงทุนได้”
โดยในปีนี้คาดว่าจะมีดีลที่เข้ามาซื้อพื้นที่ในระดับ 200-300 ไร่แน่นอน โดยจะมี 2 ดีลใหญ่ที่จะเกิดขึ้น โดยดีลแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือน เม.ย.นี้ และอีก 1 ดีลใหญ่ที่จะช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยจะเป็นดีลธุรกิจด้านยานยนต์
สำหรับการดึงดูดด้านการลงทุนจากต่างชาติของประเทศไทย ปัจจุบันไทยยังน่าสนใจลงทุน โดยมีธุรกิจทั้งในประเทศจีน และญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตหากต้องการให้การลงทุนมีอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐควรเดินหน้าในการส่งเสริมการลงทุน ทั้งมาตรการด้านภาษีที่ก่อนหน้านี้มีการให้สิทธิพิเศษทางภาษี รวมถึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขต EEC ที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนมากกว่าระดับ 10% โดยจะมาจากการเดินหน้าขยายธุรกิจของ ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีการขายพื้นที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตร โดยจะเป็นพื้นที่จากประเทศไทยประมาณ 1.65 แสนไร่ และจากประเทศเวียดนาม 3.5 หมื่นไร่ และการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 1,750 ไร่ โดยจะมาจากการขายพื้นที่ในไทยประมาณ 7.2 พันไร่ และต่างประเทศ 590 ไร่
ทั้งนี้ ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ ยังได้ตั้งเป้าขายสินทรัพย์พื้นที่ 1.42 แสนตารางเมตร ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) คาดว่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ 3,250 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้ 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี นับจากนี้รักษาอัตรากำไร EBITDA มากกว่า 40% โดยจะมุ่งเน้นในการทรานฟอร์มไปยังธุรกิจด้านดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กร เพื่อเป็นไปตามแผน Mission to the sun ที่จะเปลี่ยนผ่านบริษัทไปเป็น เทค คอมพานี ทั้งนี้ในด้านการลงทุน บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนในช่วง 5 ปี มากกว่า 6.85 หมื่นล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานของปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31% นับเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท.