นักวิเคราะห์เล็งหั่นราคาหุ้น SCC ปูนซิเมนต์ไทย ปิโตรเคมีฉุดกำไรไตรมาส 4 เหลือ 157 ล้านบาท

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

นักวิเคราะห์เล็งหั่นราคาหุ้น SCC ปูนซิเมนต์ไทย ปิโตรเคมีฉุดกำไรไตรมาส 4 เหลือ 157 ล้านบาท

Date Time: 26 ม.ค. 2566 10:09 น.

Video

จาก "รวยเงิน จนเวลา" สู่เกษียณ 35! ของพอล ภัทรพล? l Money Secret EP.13

Summary

ปูนซิเมนต์ไทย ประกาศกำไรไตรมาส 4 ที่ 157 ล้านบาท เหตุถูกปิโตรเคมีกดดันหนัก ส่วนตลาดเริ่มฟื้นตัว ด้านนักวิเคราะห์เล็งหั่นราคาเหมาะสมของหุ้นลง หวังผลงานปีนี้จะฟื้นตัว

Latest


ปูนซิเมนต์ไทย ประกาศกำไรไตรมาส 4 ที่ 157 ล้านบาท เหตุถูกปิโตรเคมีกดดันหนัก ส่วนตลาดเริ่มฟื้นตัว ด้านนักวิเคราะห์เล็งหั่นราคาเหมาะสมของหุ้นลง หวังผลงานปีนี้จะฟื้นตัว

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทได้รายงานผลการดําเนินงานปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายเท่ากับ 569,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน จากธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง และธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในขณะที่มี EBITDA ลดลง 33% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 61,912 ล้านบาท และกําไรสําหรับปีลดลง 55% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 21,382 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลการดําเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์

ทั้งนี้ กําไรที่ไม่รวมรายการสําคัญ (Profit excluding key items) อยู่ที่ 23,270 ล้านบาท ลดลง 50% จากปีก่อน ธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง (SCGP) มีกําไรสําหรับปี 2565 เท่ากับ 5,801 ล้านบาท ลดลง 30% จาก ปีก่อน รายได้จากการขายเท่ากับ 146,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน

โดยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ปี 2565 เอสซีจีมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 122,190 ล้านบาท ลดลง 14% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากราคาและปริมาณขายสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง ตามความต้องการของตลาดที่ลดลง โดยมี EBITDA เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 10,122 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงที่มีเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมและการลงทุนใน ธุรกิจอื่น (ธุรกิจยานยนต์) โดยเอสซีจีมีกําไรสําหรับงวดเท่ากับ 157 ล้านบาท ลดลง 94% จากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่มาจากส่วนต่างราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ลดลง และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ทั้งนี้ กําไรที่ไม่รวมรายการสําคัญ (Profit excluding key items) อยู่ที่ 1,070 ล้านบาท ลดลง 66% จากไตรมาสก่อน

ในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น โดยขยายตัว 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดโครงการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ความต้องการของตลาดในแง่จํานวนตันปูนซีเมนต์ ยังต่ำกว่าไตรมาสก่อน และภาพรวมความต้องการทั้งปี 2565 ยังต่ำกว่าในช่วงก่อน โควิดอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ ความต้องการจากภาครัฐ (สัดส่วนประมาณ 40% ของตลาด) ขยายตัว 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ความต้องการ ภาคครัวเรือนและภาคเอกชน (สัดส่วนประมาณ 60% ของตลาด) ขยายตัว 2% และ 3% ตามลําดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยปูนซีเมนต์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงราคา 2,000 - 2,050 บาทต่อตัน สําหรับความต้องการสินค้าที่ไม่ใช่ซีเมนต์ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 พบว่าความต้องการ สินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (กระเบื้องหลังคาและฝาฝ้า) ขยายตัว 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ความต้องการสินค้ากระเบื้องเซรามิกในประเทศเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยังมีความต้องการในงานปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่มขึ้นต่อเนือง และภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว

บล.กรุงศรี ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ SCC ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 ที่รายงานนั้นถือว่า SCC นั้นเหนื่อยกว่าที่คาด โดยกำไรสุทธิเหลือเพียง 157 ล้านบาท ลดลงแรงจากไตรมาสก่อน 94% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 98% ต่ำกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 1 – 1.4 พันล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปีมีกำไรสุทธิรวมเพียง 21,382 ล้านบาทลดลง 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กดดันให้บริษัทจ่ายปันผลสำหรับครึ่งปีหลังเพียง 2 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield แค่ 0.6% เท่านั้น

บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ประกาศออกมาน่าผิดหวัง ต่ำกว่าคาดการณ์ปัจจัยกดดันหลักคือธุรกิจปิโตรเคมีที่ยังย่ำแย่ทั้งรายได้และ Spread รวมถึง SCGP ที่รายงานกำไรออกมาต่ำกว่าคาดในช่วงก่อนหน้าจากทั้งรายได้ และกำไรสุทธิที่กดดัน ผลการดำเนินงานทั้งปีของ SCC มีกำไรเพียง 2.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 55% จากปี 2564

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2566 เฉลี่ยราว 3.1 หมื่นล้านบาท ฟื้นตัวราว 50% จากปี 2565 ซึ่งต้องติดตามว่าจะเห็นการปรับประมาณการลงหรือไม่ ขณะที่ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก กลุ่มนักวิเคราะห์ อยู่ที่ 360.38 บาท


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ