
สถิติชี้ มักพุ่งก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน ทรีนีตี้ ชี้ เป็นจังหวะที่ดีที่เลือกตั้งพร้อมเปิดประเทศ ดันเศรษฐกิจคึกคัก จับตาเงินทุนต่างชาติครึ่งปีหลังเสี่ยงไหลออก มองดัชนีปีนี้ทะลุ 1,750 จุด
ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2566 คาดว่าภาวะตลาดหุ้นจะดีที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 1 โดยแรงผลักดันสำคัญมาจากการเปิดประเทศของจีนที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทย และการเข้าใกล้การเลือกตั้งที่ตามสถิติ พบว่า ดัชนีจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากกว่า 5% ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
“ตลาดหุ้นไทยจะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 1 แรงผลักดันสำคัญมาจากจีนเปิดประเทศ ดันภาคการบริโภค และการท่องเที่ยวฟื้นตัว นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนสำคัญจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น”
การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ถือว่าถูกจังหวะ เป็นเวลาเดียวกับการเปิดประเทศของจีน ทำให้การบริโภคดีขึ้น ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลง จากการเก็บสถิติการเลือกตั้งย้อนหลังของไทยในช่วง 12 ครั้งที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือน ดัชนีจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.3%
ส่วนภาวะเงินทุนเคลื่อนย้าย ยังได้รับปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะมีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางปี ขณะที่ยุโรปเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น และจีนกำลังเปิดประเทศ
ผลักดันให้เงินต่างชาติยังไหลเข้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากในปี 2565 มีเงินไหลเข้าอาเซียนแล้วมากกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และไหลเข้าไทยมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ แต่จับตาในช่วงครึ่งปีหลังเงินทุนต่างชาติอาจกลับทิศจากธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับนโยบายดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตามดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ จะแกร่งตัวอยู่ในกรอบ 1,500 จุด ถึง 1,750 จุด โดยคำแนะนำให้ลงทุนในด้าน Global Fixed Income กองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ REIT และหุ้นตลาดเกิดใหม่ รวมถึงสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ดอลลาร์ โดยมองหุ้นที่น่าสนใจลงทุน BBL, GPSC, BABA80, TFFIF, DEMCO, CK, EGCO, PRM
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในไตรมาสที่ 1 ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากความหวังจากการเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง ทั้งนี้ จากสถิติพบว่า ในช่วงปี 2544-2562 ก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือน ตลาดหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนในระดับ 3.9%
ตลาดหุ้นไทยยังต้องเกี่ยวกับปัจจัยท้าทายทั้งการเก็บภาษีขายหุ้น และความผันผวนของตลาดจากกรณีหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่จะลิมิตอัพไซด์ของตลาดหุ้น โดยให้ดัชนีที่เหมาะสมในปีนี้ที่ 1,667-1,740 จุด
ทั้งนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสที่ 1 อยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นผลมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่โดดเด่น คาดว่า การเติบโตของ GDP จะอยู่ที่ 3.8% การแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนคาดว่าจะอยู่ที่ 1.27 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 99.2 บาท และเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้าจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
สำหรับคำแนะนำการลงทุนในช่วงไตรมาสที่ 1 มองว่า ตลาดหุ้นจะแกว่งตัวในระดับ 1,677-1,740 จุด โดยหุ้นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ ทั้ง STEC, COM7, GULF การเปิดประเทศของจีน AOT และหุ้นปันผล AP, ASK