
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 พ.ย.65 ปิดที่ 1,620.84 จุด ลดลง 4.12 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 36,767.57 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 197.61 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTTEP ปิด 186.50 บาท ลบ 3.50 บาท, PTT ปิด 33.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, AOT ปิด 74.25 บาท ลบ 0.25 บาท, HANA ปิด 49.75 บาท ลบ 1 บาท, POLY ปิด 15 บาท บวก 0.10 บาท
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เผยบทวิเคราะห์ว่า หากพิจารณามุมมองเศรษฐกิจไทย สำนักเศรษฐกิจของต่างประเทศ มีมุมมองที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย โดย IMF และ Worldbank คาด GDP Growth ปีหน้าของไทยอยู่ที่ 3.7%YoY (ประเมินรอบ เดือน ต.ค.65) และ 4.3%YoY (ประเมินรอบ เดือน มิ.ย.65) ตามลำดับ ซึ่งฟื้นตัวเด่นกว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐฯ และยุโรป
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มที่มีรายได้อิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก (Domestic Consumption) มีปัจจัยหนุนนับจากนี้ โดยมีอยู่ 7 อุตสาหกรรม คือ อสังหาฯ, ค้าปลีก, ธนาคาร, รับเหมาก่อสร้าง, ICT, สื่อโฆษณาและเช่าซื้อ
ทั้งนี้ กลุ่มเช่าซื้อ แรงกดดันประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยลดลง แนวโน้มสินเชื่อฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ เช่น หุ้น ASK-MTC กลุ่มสื่อโฆษณา เม็ดเงินโฆษณาเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และกระแสบอลโลก BEC-PLANB กลุ่ม ICT ราคาหุ้นน่าจะตอบรับประเด็นยกเลิก Tender ระดับหนึ่งแล้ว คือ หุ้น ADVANC-DTAC
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง มีการแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนได้แล้ว หุ้น CK-STEC-TTCL-PYLON กลุ่มธนาคาร แนวโน้ม NII ฟื้นตัว ตามการฟื้นตัว GDP ปีหน้า หุ้น BBL-KTB-TISCO กลุ่มค้าปลีก กำไร Q4 เด่น คาดหวังแพ็กเกจกระตุ้นจากภาครัฐ หุ้น COM7-CRC-CPALL กลุ่มอสังหาฯ กำไร Q4 ยังมีแนวโน้มโดดเด่น หุ้น AP-LH-SC-SIRI
ส่วนกลยุทธ์การลงทุน เลือกหุ้นจากกลุ่ม Domestic Consumption อย่าง MTC ที่แนวโน้มสินเชื่อยังเติบโต บวกกับราคาปรับฐานลงมาลึก และ COM7–CRC ที่คาดว่าได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐที่จะเข้า ครม.สัปดาห์หน้า บวกเป็นหุ้นเป้าหมาย Flow ต่างชาติในปัจจุบัน เป็น Toppicks!!
อินเด็กซ์ 51