
พิษหุ้น MORE กดวอลุ่มทรุดเทรดต่ำสุดรอบ 2 ปี นักวิเคราะห์ชี้ หุ้นกลาง เล็ก กระทบหนัก เหตุโบรกเกอร์คุมความเสี่ยง เลี่ยงปล่อยสินเชื่อ มอง ธ.ค.คึกคัก เม็ดเงิน SSF RMF ช่วยหนุน
ความเคลื่อนไหวของการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ มีมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมามีมูลค่าการซื้อขายที่ 45,928.19 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี จากระดับปกติที่ 8 หมื่นล้านบาท หรือลดลงเกือบ 42% และในช่วงการซื้อขายเช้าวันนี้ (25 พ.ย.) มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 21,853 ล้านบาทเท่านั้น
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยที่เบาบางในช่วงที่ผ่านมา เกิดการซื้อขายที่หายไปในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งเป็นผลกระทบจากหุ้นของ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ที่เกิดปัญหาขึ้นทำให้โบรกเกอร์ควบคุมการซื้อขายหุ้นในกลุ่มนี้เป็นพิเศษ
“มูลค่าการซื้อขายที่ลดลงนั้นเกิดในหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเอฟเฟกต์จากหุ้น MORE ที่นักลงทุนมีอำนาจในการเทรดน้อยลงจากการควบคุมของโบรกเกอร์ที่ระมัดระวังความเสี่ยงในการซื้อขาย”
ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เหล่าบริษัทหลักทรัพย์ได้ปรับเกณฑ์ต่างๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งวงเงินที่ให้ในการซื้อขายหุ้นที่ลดลง การปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่รัดกุมมากขึ้น ทำให้ผู้ที่มีหุ้นอยู่เดิมหรือใช้มาร์จิ้นเพื่อซื้อขายในหุ้นกลุ่มนี้ต้องทยอยลดโพซิชันการลงทุน หรือต้องเติมหลักประกันเข้าพอร์ต ในขณะเดียวกันนักลงทุนบางกลุ่มก็เกิดความกังวลในหุ้นกลุ่มดังกล่าว
นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติก็ชะลอการลงทุนเช่นกัน จากผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วในขณะที่สตอรี่ของข่าวที่จะมีผลต่อการลงทุนก็เบาบางด้วย ดังนั้นทำให้ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้จะเงียบกว่าปกติ
ในช่วงเดือนธ.ค.มองว่า มูลค่าการซื้อขายจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากเม็ดเงินของนักลงทุนสถาบันที่น่าจะพลิกกลับมาซื้อสุทธิครั้งแรกในรอบปีได้ โดยเฉพาะเม็ดเงินที่จะมาจาก SSF และ RMF ที่คาดว่าจะไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยปริมาณมาก
บล.เอเชีย พลัส ประเมินว่า มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้เบาบางมาก โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา มีมูลค่าซื้อขายเพียง 4.59 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 2 ปี โดยมูลค่าซื้อขายที่เบาลงในช่วงนี้ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE กดดันให้นักลงทุนชะลอการซื้อขายหุ้นขนาดเล็ก สังเกตได้จากในรอบ 1 สัปดาห์ดัชนี MAI ปรับตัวลง 5.0% สวนทางดัชนี SET50 ที่ปรับขึ้น 0.8% โดยมีแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อกว่า 6.3 พันล้านบาท ซื้อสุทธิ 4 ใน 5 วันทำการที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นไทยยังคาดหวังนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง จากภาพเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นชัดเจนขึ้นล่าสุดมีแรงหนุนเบาๆ จากตัวเลขยอดผลิตรถยนต์เดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 15.5% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน, จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกเดือน ช่วง 1 ม.ค. – 19 พ.ย. 65 อยู่ที่ 8.2 ล้านคน
อีกทั้งหนี้สาธารณะต่อ GDP ไทยเดือน ก.ย. 65 ลดลงมาอยู่ที่ 60.41% ส่วนสัปดาห์หน้า ติดตามประเด็นสำคัญ คือ วันที่ 29 พ.ย. ลุ้นครม. ชงแพ็กเกจช้อปดีมีคืน คนละครึ่งเฟส 7 และวันที่ 30 พ.ย. มีการประชุม กนง. คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาหนุน ประเมินกรอบช่วง 1610 – 1631 จุด สำหรับหุ้น Top Pick วันนี้เลือก MTC, COM7, CRC