
บล.หยวนต้า ประเมินงบหุ้นกลุ่มแบงก์ไตรมาส 2 จำนวน 7 แห่ง คาดมีกำไรสุทธิ 44,889 ล้านบาท โต 26% YoY เนื่องจากหลายธนาคารปรับลดระดับการตั้งสำรองลงจากปีก่อน หากเทียบกับ 1Q65 ปรับขึ้นเล็กน้อย 1.2% QoQ
โดยประเมิน 2Q65 หุ้นธนาคารใหญ่จะมีผลดำเนินงานโตดีกว่าขนาดกลาง/เล็ก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจฝั่งตลาดทุนน้อยกว่า ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังดีและ Asset Yield ปรับตัวขึ้น
คาดว่า KBANK จะโตเด่นสุด QoQ (คาดกำไรสุทธิ 12,006 ล้านบาท +35% YoY, +7.1% QoQ) จากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโต และมีรายได้จากการขายหนี้ให้ JKAMC เข้ามา รวมถึงการตั้งสำรองที่คาดจะลดลง หลังโอนหนี้เสียให้ JKAMC รองมาคือ BBL (คาดกำไร สุทธิ 7,292 ล้านบาท +14.7% YoY, +2.4% QoQ) ได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อบริษัท-สินเชื่อต่างประเทศ ทำให้รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมปรับขึ้น แต่ตั้งสำรองทรงตัวใกล้เคียงกับ 1Q65
ส่วน SCB (คาดกำไรสุทธิ 10,298 ลบ. +16.8% YoY, +1% QoQ) แม้รายได้ดอกเบี้ยรับปรับขึ้นแต่รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงจากธุรกิจ Wealth Management ที่ชะลอตัว รวมถึงมีค่าใช้จ่ายการจัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างที่จะเริ่มเป็นรูปธรรม 3Q65 และ KTB (คาดกำไรสุทธิ 8,357 ลบ. +39% YoY, -4.8% QoQ) รายได้ดอกเบี้ยรับโตดี แต่เริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายการลงทุนระบบ IT กดดันกำไร
แบงก์กลาง/เล็ก คาดมีเพียง KKP ที่กำไรโต QoQ (กำไรสุทธิ 2,069 ลบ. +40.5% YoY, +1.6% QoQ) รายได้ฝั่งตลาดทุนลดลง แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้ดอกเบี้ยรับที่โตเด่น ตามการเร่งขยายสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบ้าน ขณะที่ TTB (คาดกำไรสุทธิ 3,157 ลบ. +24.6% YoY, -1.2% QoQ) ลดลงจากค่าใช้จ่ายปรับปรุงระบบ IT และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น หักล้างปัจจัยบวกจากรายได้ดอกเบี้ยที่ขยายตัว
ส่วน TISCO (คาดกำไรสุทธิ 1,711 ลบ. +2.7% YoY, -4.7% QoQ) ผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมตลาดทุนลดลง และชะลอการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ คาดว่าการตั้งสำรองจะขยับขึ้น หลังมีการโอนกลับสำรองออกมาบางส่วนใน 1Q65 ทำให้ตั้งสำรองต่ำกว่าปกติ
ทั้งนี้ คงน้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาด” ชู KBANK เป็น Top Pick รองมาคือ BBL ส่วน KTB, TTB และ TISCO คาดกำไรปรับลง จากแรงกดดันค่าใช้จ่ายดำเนินงาน หลังรับรู้ค่าใช้จ่ายด้าน IT.
อินเด็กซ์ 51