หุ้นตกใจปัจจัยลบรูด 20 จุด โบรกฯแนะถือเงินสดรอช้อนซื้อของดี

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

หุ้นตกใจปัจจัยลบรูด 20 จุด โบรกฯแนะถือเงินสดรอช้อนซื้อของดี

Date Time: 6 ก.ค. 2565 07:49 น.

Summary

ตลาดหุ้นไทยร่วง 20 จุด นักลงทุนผวาเศรษฐกิจถดถอย หลังเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง กดดันปรับขึ้นดอกเบี้ย ฝรั่งเทขาย–เงินไหลออก กดค่าบาทอ่อนท่ามกลางผู้ติดเชื้อพุ่ง โบรกฯแนะถือเงินสดรอช้อนหุ้นดี

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

สารพัดปัจจัยรุมเร้าตลาดหุ้นไทยร่วง 20 จุด นักลงทุนผวาเศรษฐกิจถดถอย หลังเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง กดดันปรับขึ้นดอกเบี้ย ฝรั่งเทขาย–เงินไหลออก กดค่าบาทอ่อนท่ามกลางผู้ติดเชื้อพุ่ง โบรกฯแนะถือเงินสดรอช้อนหุ้นดี

ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.ค.65 ผันผวนหนัก โดยช่วงเช้าดัชนียังแกว่งตัวอยู่ในแดนบวก โดยบวกไปกว่า 9 จุด ก่อนจะมีแรงเทขายหุ้นออกมากดดัชนีติดลบ โดยเฉพาะในการซื้อขายช่วงบ่ายมีแรงเทขายออกมาหนัก กดดัชนีปรับตัวลงแรงกว่า 20 จุดก่อนจะมาปิดตลาดที่ระดับ 1,541.30 จุด ลดลง 18.97 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 76,714.43 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 3,024.70 ล้านบาท โดยตลาดถูกกดดันจากหลายปัจจัยลบ โดยเฉพาะล่าสุด ตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 7.66% จาก มิ.ย.ปี 64 ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 13 ปี กดดันให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 ส.ค.2565 ท่ามกลางเงินเฟ้อสูงทั่วโลก และการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของธนาคารกลางทั่วโลก ส่งผลต่อความกังวลว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession) ที่ขณะนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นในสหรัฐฯและยุโรป

ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยกลับมาหนักหน่วง ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนหลังประเทศไทยเปิดเมืองไม่นาน โดยหุ้นกลุ่มหลักๆปรับตัวลงทั้งหมด นำโดยหุ้นกลุ่มค้าปลีก แบงก์ ไฟแนนซ์ ไอซีที และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนหุ้นที่สามารถต้านทานแรงขายได้และบวกสวนตลาดคือ กลุ่มโรงพยาบาลและหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนเฉพาะตัว ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่ต้นปี ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมาแล้ว 116 จุด หรือลดลงกว่า 7%

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า มีปัจจัยลบเข้ามากดดันตลาดหลายเรื่อง ทั้งกรณีที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกมา ยิ่งกดให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง และยังมีปัจจัยลบที่เข้ามาเติมเชื้อคือการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.65 และความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น

ขณะที่ยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจถดถอย โดยจีดีพีไตรมาส 1/65 ของสหรัฐฯออกมาติดลบ ซึ่งหากไตรมาส 2/65 ออกมาติดลบอีก เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยเงินเฟ้อสหรัฐฯสูงมากกว่า 8% เงินเฟ้อยุโรป 8.6% และเงินเฟ้อไทย ล่าสุด 7.66% และคาดว่าในเดือน ส.ค. เงินเฟ้อไทยจะแตะ 10% ทำให้ประเมินได้ว่า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยปีนี้จะปรับขึ้นอีก 3 ครั้ง เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯสูงถึง 2.25% จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าและกระแสเงินทุนไหลออก แนะกลยุทธ์ลงทุนถือเงินสด 20% หากดัชนีลงมาต่ำกว่า 1,550 จุด ทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเมือง ดอกเบี้ยขาขึ้น และเงินบาทอ่อนค่า

ด้านนายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า สาเหตุที่หุ้นร่วงหนักเพราะนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยเป็นหลัก ขณะที่เงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุน กระตุ้นให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ หากกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/65 ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ จะทำให้ดัชนีมีโอกาสหลุดระดับ 1,500 จุดได้

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย มีสาเหตุหลักจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นไม่หยุด และทำให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย กรณีเลวร้ายที่สุด จะกดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงลึกถึงระดับ 1,420 จุด แนะนำให้ถือเงินสดมากกว่า 50% และเลือกลงทุนหุ้นปลอดภัยและรับแรงกระแทกเศรษฐกิจถดถอยได้ เช่น กลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มสาธารณูปโภค.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ