
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.ค.65 ปิดที่ 1,560.27 จุด ลดลง 12.40 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 55,686.41 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,437.70 ล้านบาท
“ณัฐชาต เมฆมาสิน” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ มองหุ้นเดือน ก.ค.65 คาดดัชนีจะอยู่ในโหมดแกว่งตัวซึมต่อ จากเงินเฟ้อที่ยังสูง ส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆ จำเป็นต้องใช้ความ Aggressive ดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป ประกอบกับความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯและยุโรป ทำให้เริ่มเห็นการย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ส่วนภาพ SET Index เป็นดัชนีที่มีค่าความผันผวนต่ำอย่างมากในช่วงหลัง จนทำให้กรอบการแกว่งตัวแคบตามไปด้วย และเป็นตลาดที่มีทิศทางอิงกับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งทุกวันนี้เป็นกลุ่มที่ครองสัดส่วนการมีส่วนร่วมในตลาดหุ้นไทยถึง 50%
ด้วยความสำคัญของ Fund flow นี้ การอ่านทิศทางของต่างชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดหากวิเคราะห์ไปกับทิศทางค่าเงินบาท ประเมินว่าเดือน ก.ค.จะยังไม่เห็น Turning point ของทั้ง 2 ตัวแปรนี้สอดรับกับรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน พ.ค.ล่าสุดที่ขาดดุลทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ระดับ 3.7 พันล้านเหรียญฯ จนทำให้ค่าบาทกลับมาเป็นสกุลเงินเอเชียที่อ่อนค่ามากสุดอีกครั้งนับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.นี้
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางหุ้นทั่วโลกเดือนนี้ คือเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯที่จะออกมา 13 ก.ค.นี้ มีผลต่อคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed และการประชุม FOMC วันที่ 26-27 ก.ค. ส่วนรายงานเงินเฟ้อไทยวันที่ 7 ก.ค. หากออกมาสูงเกินกว่า 7% จะยิ่งทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยแท้จริงระหว่างไทยกับสหรัฐฯห่างกันมากขึ้นไปอีก กระทบเงินบาทให้อ่อนค่าต่อและทำให้ ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในรอบถัดไปแน่นอน
กลยุทธ์ลงทุน แนะตั้งรับการเข้าซื้อ แนวรับแรกที่ 1,500-1,530 จุด ส่วนแนวรับสำคัญไตรมาส 3 คือ 1,460-1,500 จุด ทำให้ตลาดกลับมามีความน่าสนใจมากในเชิง Valuation จากทั้งมาตรวัด PBV, PE และ EYG
หากต้องถือครองหุ้นช่วงนี้เน้นกลุ่ม Defensive ที่ทนทานต่อเศรษฐกิจชะลอตัว BDMS-CPALL-GPSC-RATCH-WHAUP-ICT-ADVANC ส่วนกลุ่มอื่นให้ Selective หุ้น JMT-CPF-OR-BBL!!
อินเด็กซ์ 51