
แอสเซทไวส์ มั่นใจปี 64 ยังโตตามแผน 20% แม้มีโควิด-19 พร้อมโชว์ยอดขายครึ่งปีแรกแตะ 2,540 ล้าน ชูแบรนด์ KAVE มาแรงทำยอดขายพุ่ง 40%
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 64 นาย กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 64 บริษัทมียอดขายสะสมแล้วกว่า 2,540 ล้านบาท โดยยอดขายประมาณ 40% มาจากยอดขายในแบรนด์ KAVE หรือ เคฟ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก
รวมทั้งได้มีการปรับตัวโดยนำกลยุทธ์การขายแบบออนไลน์ รวมถึงการออกแคมเปญที่สร้างแรงจูงใจเพิ่มขึ้น สามารถสร้างยอดขายได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวจากแรงกดดันของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่ารายได้ปี 2564 จะอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน จากที่มีรายได้ 4,205 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ ASW ยังเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น สร้างแผนงานเชิงรุกที่ปรับตัวสู้โควิดอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีหลัง มี 2 โครงการที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้
ได้แก่ โครงการ Kave TU หรือ เคฟ ทียู มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท มียอดขายกว่า 90% ที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และโครงการ Modiz Sukhumvit 50 หรือ โมดิซ สุขุมวิท 50 มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท ที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปีนี้ตามเป้าที่ตั้งไว้
นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าเพื่อเปิดโครงการใหม่ตามแผนงานที่วางไว้ โดยในช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่าโครงการรวม 9,700 ล้านบาท ประกอบไปด้วย Atmoz Bangna หรือ แอทโมซ บางนา มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท โครงการ Kave Ava หรือ เคฟ เอวา มูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท
โครงการ Modiz Rhyme Cloud หรือ โมดิซ ไรห์ม คลาวด์ มูลค่าโครงการ 3,700 ล้านบาท, โครงการ Modiz Sriracha หรือ โมดิซ ศรีราชา มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท และโครงการ Baan Puri Puri Ladprao 41 – Home Office หรือ บ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41 โฮมออฟฟิศ มูลค่าโครงการ 87 ล้านบาท
นายกรมเชษฐ์ กล่าวอีกว่า แอสเซทไวส์ ยังคงมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ อย่างเสมอ เช่น การเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมทุกโครงการในเครือ ผ่านการแลกสกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency เป็นเงินบาท เพื่อใช้ในการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในเครือแอสเซทไวส์ เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดธุรกิจและปรับตัวสู่นวัตกรรมทางการเงินสมัยใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และการศึกษาการลงทุนและความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เพื่อผลักดันการเติบโต และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้ต่อเนื่อง