
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 พ.ค.64 ปิดที่ 1,552.44 จุด ลดลง 2.10 จุด มีมูลค่า ซื้อขาย 80,932.07 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,014.68 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด SIRI ปิด 1.35 บาท บวก 0.12 บาท, PTT ปิด 38.50 บาท ลบ 0.50 บาท, KBANK ปิด 120.50 บาท ลบ 1.50 บาท, IRPC ปิด 4.06 บาท บวก 0.12 บาท และ KTC ปิด 76 บาท บวก 5.25 บาท
หุ้นไทยไปไหนไม่ได้ไกล ทรงๆทรุดๆอยู่แถวนี้ เพราะแรงขายทำกำไรและลดความเสี่ยงของนักลงทุน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และยังพบโควิดสายพันธุ์อินเดียในไทย และยังมีการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 2 เดือน อาจกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ แม้จะมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นบางกลุ่มบางตัว
บล.ธนชาตมองตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบ รอปัจจัยใหม่ๆมากระตุ้น แนะซื้อหุ้นเด่นรายตัวแนะนำ SAWAD หลังราคาหุ้นอ่อนตัวจากจุดสูงสุด 20% สะท้อนผลการดำเนินงาน 1H21 ที่อ่อนแอไปแล้ว ขณะที่กำไรจะกลับมาโตเด่นใน 2H21
ส่วน บล.เอเซียพลัสแนะนำหลบหุ้น Commodity เข้าหุ้นเปิดเมืองมองความกังวล Fed มีโอกาสปรับลดวงเงินเข้าซื้อพันธบัตร กดดันตลาดหุ้นไปเรื่อยๆ จนถึงการประชุมครั้งถัดไปช่วงกลางเดือน มิ.ย.64 โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Commodity ที่ขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้า
แต่สภาพคล่องส่วนเกินยังมีล้นระบบ ทั้งจากเงินฝากคงค้างในระบบที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 15.8 ล้านล้านบาท รวมถึงการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่ของนักลงทุนที่สูงถึง 2 แสนบัญชีต่อเดือน น่าจะเห็น
การเคลื่อนย้ายเม็ดเงินจากหุ้น Commodity ที่ Outperform แรงในช่วงก่อน มาในหุ้นที่ Laggard และมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีจากการกระจายวัคซีนตาม Roadmap ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินมาสู่กลุ่มหุ้นดังกล่าวบ้างแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำจัดพอร์ตการลงทุนให้มีน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นหุ้นเปิดเมือง-ส่งออก-ประกัน ที่เริ่มมี Momentum ของเงินทุนไหลเข้า ขณะที่ราคาปรับฐานลงมาลึก แต่แนวโน้มกำไรมีโอกาสฟื้นตัวชัดขึ้นจากการเร่งตัวในการกระจายวัคซีน ชอบ STEC-MTC-MAJOR-BDMS-MINT-SAT และ BLA
เลือก MAJOR-MTC-BDMS เป็น Toppicks!!
อินเด็กซ์ 51