
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 พ.ค.64 ปิดที่ 1,585.03 จุด บวก 13.12 จุด มีมูลค่า ซื้อขาย 93,877.50 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,282.34 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด DMT ปิด 15.90 บาท ลบ 0.10 บาท, DELTA ปิด 402 บาท บวก 35 บาท, KBANK ปิด 125 บาท ลบ 2 บาท, PTTGC ปิด 69.50 บาท บวก 1.75 บาท, SCC ปิด 464 บาท ลบ 10 บาท
ตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามตลาดหุ้นโลก ที่ขานรับตัวเลขเศรษฐกิจ
สหรัฐฯที่แข็งแกร่ง หนุน Fund flow ไหลกลับเข้ามาเพิ่มเติม โดยการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียนที่ส่วนใหญ่ดีขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาดให้ปรับขึ้นได้ต่อในสัปดาห์หน้า
บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PYLON มองมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างยั่งยืนจากการก่อสร้างเริ่มคืบหน้า และคาดว่าจะเห็น การชนะได้บางโครงการจากการประมูล แนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มเชิงบวกระยะยาวและการประเมินที่ถูก ด้วยมูลค่าเหมาะสมที่ 5.50 บาท
ขณะที่ บล.ธนชาต มองกลุ่ม Global Play ยังนำการฟื้นตัวของตลาดได้ต่อไป โดยมีแนวโน้ม Outperform ทั้งในตลาดขาขึ้นหรือลง และแนะนำ “ซื้อ” PTTGC, KCE, BANPU, SAT, TPIPL, IRPC
บล.เอเซียพลัส ชี้ว่า หุ้นใหญ่ปรับขึ้นแรง หลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศชะลอการปรับคำนวณดัชนีถ่วงน้ำหนักด้วย Free Float ออกไปก่อน เป็นเหตุผลสำคัญทำให้เกิด “ลมเปลี่ยนทิศ” หนุนหุ้นใหญ่ Free Float ต่ำ ขึ้นมาได้อย่างร้อนแรง นำโดย หุ้น DELTA ส่งผลให้ SET50 Outperform ซึ่งผลตอบแทนส่วนใหญ่เกิดจากหุ้นที่มี Free Float ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1.2% และหุ้นที่มี Free Float สูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียง 0.5% เท่านั้น
ขณะเดียวกัน Fund Flow ต่างชาติ แม้ขายหนักหุ้นไทยเดือน พ.ค.64 แต่ยังไม่ได้ไปไหน ส่วนใหญ่เป็นการสลับเข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ แสดงให้เห็นว่าต่างชาติยังมีความสนใจ และหาจังหวะเข้าสะสมหุ้นไทยที่อยู่ในช่วง Recovery อยู่ ซึ่ง COVID-19 ผ่านพ้นจุดต่ำสุดชัดเจน น่าจะเห็น Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยมากขึ้น อีกทั้งหุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นหุ้น Cyclical ถือเป็นเป้าหมายที่ได้รับความสนใจช่วงนี้
แนะกลยุทธ์ลงทุนให้น้ำหนักหุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก และหุ้นที่ได้ Sentiment จากตัวเลขส่งออกดีอย่าง TU, NER เสริมด้วยหุ้นมีเกราะป้องกัน COVID อย่าง SPVI!!
อินเด็กซ์ 51