
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 มี.ค.64 ปิดที่ 1,570.83 จุด บวก6.58จุด มีมูลค่าซื้อขาย 85,436.91 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 839.03 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ออกบทวิเคราะห์ประเมินมาตรการเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูธุรกิจโดย ธปท.ได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ 2 มาตรการ ได้แก่ ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของการขอ Soft Loan, เพิ่มวงเงินและต่ออายุเงินกู้ รวมทั้งออกโครงการ Asset warehousing เพื่อให้ธนาคารทำหน้าที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้ แทนการพึ่งเงินทุนจากภายนอก
ภายใต้มาตรการนี้ ผู้กู้สามารถจ่ายหนี้ด้วยสินทรัพย์ค้ำประกันได้ พร้อมทั้งมีสิทธิซื้อสินทรัพย์คืนในอนาคต โดยที่มีค่า Carrying cost1%และผู้กู้มีสิทธิที่จะเช่าสินทรัพย์ไปใช้งานได้ และค่าเช่าที่จ่ายจะนำไปหักกับราคาตอนซื้อคืนในอนาคต โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ
ประเมินว่า โครงการ Asset warehousing อาจกระทบต่องบกำไรขาดทุนของธนาคารได้ เช่น หากเจ้าของโรงแรมตกลงเข้าร่วมโครงการนี้ และชำระหนี้ด้วยสินทรัพย์ค้ำประกัน (โรงแรม) ทำให้กลายเป็นสินเชื่อที่ไม่มีผลตอบแทนแทนที่จะมีดอกเบี้ย และต่อให้เจ้าของมีการเช่าคืน ค่าเช่าที่จ่ายไปจะถูกนำมาหักราคาซื้อคืน
นอกจากนี้ ธนาคารยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลสินทรัพย์ แม้ธปท. จะมีดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 0.01% ให้ แต่ด้วย NIM ที่ประมาณ 1% ซึ่งต่ำกว่าNIM ปกติที่ 2.8% จึงเป็นความเสี่ยงเชิงลบต่อธนาคารมากกว่าโดยเฉพาะกรณีที่ผู้กู้ไม่มีการซื้อสินทรัพย์คืนเมื่อจบโครงการ และราคาสินทรัพย์ต่ำกว่าราคาตลาดขณะนั้น หมายความว่าธนาคารจะต้องขายสินทรัพย์นั้นๆและนำเงินไปคืนธปท.
แม้มองว่าโครงการ Asset warehousing ส่งผลกระทบเชิงลบต่อธนาคาร แต่ด้วยวงเงินของโครงการที่มีเพียง 1 แสนล้านบาท คิดเป็น0.7% ของสินเชื่อรวม ทำให้ผลกระทบโดยรวมไม่มากนัก ยังคงแนะ“ซื้อ”หุ้นBBL ให้มูลค่าเหมาะสม 150 บาท และ “ซื้อ” หุ้น KKPให้มูลค่าเหมาะสม60บาท
ส่วน บล.เอเซียพลัส ชี้ กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่0.5%แต่ปรับลดประมาณการ GDP ปี 64 เหลือ 3.0% จาก 3.2% แต่ยังถือว่าสูงกว่า Consensus ที่คาดไว้ราว 2-2.8% ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเอเซียพลัสคาดว่า กนง.จะคงที่ 0.5% ตลอดปี 64 เป็น Sentimentบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL-KBANK-TISCO), กลุ่มส่งออก (CPF-TU-TFG), กลุ่มค้าปลีก (CRC-CPALL-MAKRO) และกลุ่มรับเหมา (STEC–CK–SQ)!!
อินเด็กซ์ 51