Rojukiss เวชสำอางพร้อมเข้าตลาดหุ้นไทย เตรียมขาย IPO เร็วๆ นี้

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Rojukiss เวชสำอางพร้อมเข้าตลาดหุ้นไทย เตรียมขาย IPO เร็วๆ นี้

Date Time: 19 ม.ค. 2564 16:05 น.

Video

เบื้องหลังโลก “คริปโต” จากเคยถูกต่อต้าน ทำไมตอนนี้ทั้งรัฐบาล ธนาคารถึงยอมรับ ? | Digital Frontiers EP.52

Summary

โรจูคิส พร้อมเข้าตลาดหุ้นไทย เตรียมขาย IPO ไม่เกิน 152,641,540 หุ้น ล่าสุด ก.ล.ต.ประกาศนับ 1 ไฟลิ่งเรียบร้อยแล้ว ชูเป็นผู้พัฒนานวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสุขภาพ

Latest


โรจูคิส พร้อมเข้าตลาดหุ้นไทย เตรียมขาย IPO ไม่เกิน 152,641,540 หุ้น ล่าสุด ก.ล.ต.ประกาศนับ 1 ไฟลิ่งเรียบร้อยแล้ว  ชูเป็นผู้พัฒนานวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสุขภาพ มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมแข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ 

นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS เปิดเผยว่า เราเป็นผู้ออกแบบพัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง ทั้งด้านราคา ขนาด และบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกคุ้มค่า

ภายใต้ 5 แบรนด์สินค้า ได้แก่ โรจูคิส (Rojukiss), พีเอชเดอร์มา (PhDerma), เบสท์ โคเรีย (Best Korea), วันเดอร์ เฮิร์บ (Wonder Herb) และซิสทูซิส (Sis2Sis) โดยจำหน่ายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย รวมถึงช่องทาง Direct-to-Consumer (D2C) ผ่านแพลตฟอร์ม Marketplace และ E-Commerce ตลอดจนวางจำหน่ายในต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และเตรียมขยายสู่ตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 – ไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าใหม่กว่า 97 ผลิตภัณฑ์ ที่ต่างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคและสร้างการเติบโตให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย รวมทั้งสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

โดยมี Rojukiss เป็นแบรนด์เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่เป็นที่นิยมในตลาดมากว่า 13 ปี และมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้าสำหรับผู้หญิงในปี 2562 ที่ผ่านมา Rojukiss ออกผลิตภัณฑ์อันเป็นนวัตกรรมใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์ Rojukiss มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว คิดเป็น 92% ในระหว่างปี 2560-2562

อย่างไรก็ตามในช่วง 9 เดือนแรกปี 2563 เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 25 และในปี 2563 นี้ Rojukiss ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement) เป็นครั้งแรก โดยบริษัทฯ พร้อมต่อยอดขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจร (Multi-category Brand) เพื่อก้าวสู่แบรนด์ที่มียอดขายมูลค่าพันล้านบาทในอนาคต

นอกจากนี้ แบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis ที่มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางแบบซองพร้อมก้านแปรงในตัว มียอดขายผลิตภัณฑ์ลิปสติกอันดับ 1 (ในเชิงปริมาณ) และที่ปัดขนตา (Mascara) มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย (ทั้งในเชิงมูลค่าและปริมาณ) ในปี 2562 ตามข้อมูลของ The Nielsen Company

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2560 – 2562 บริษัทฯ มีอัตราเติบโตของยอดขายเฉลี่ยร้อยละ 37.9 ต่อปี และกำไรสุทธิขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 81.8 ต่อปี โดยปี 2562 มียอดขายรวม 1,140.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 190.1 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) ทำยอดขายได้ 730.6 ล้านบาท จากการขยายพอร์ตสินค้าเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงามและการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวม 17 รายการ

ขณะที่กำไรสุทธิ 139.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แบรนด์ Rojukiss มีส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาส 3/2563 เพิ่มขึ้นจาก 8.8% เป็น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ตามข้อมูลของ The Nielsen Company

นางวรวรรณ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายเป็นผู้นำด้านความงามและสุขภาพของเอเชีย โดยมีเป้าหมายที่รายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาทภายในปี 2567 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20 ต่อปีนับจากปี 2562 เปรียบเทียบกับอัตราการเติบโตของรายได้ของบริษัทฯ ที่ร้อยละ 39 ต่อปีในระหว่างปี 2560 – 2562 ผ่านกลยุทธ์การขับเคลื่อนการคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยและในภูมิภาค ASEAN

โดยมีแผนต่อยอดจากความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้า 5 แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ ที่จะเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ (Multi-category Brand Portfolio) อย่างครบวงจร รวมถึงออกแบรนด์สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องการความสะดวกและคุ้มค่า (Health & Beauty Convenience)

ภายใต้บรรจุภัณฑ์หลายรูปแบบ (Multi-format packaging) ขณะเดียวกันจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางขายทั้ง Offline และ Online รวมถึง D2C เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ช่วยผลักดันให้บริษัทฯ เป็นผู้นำในประเทศไทย และช่วยขยายธุรกิจในต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว และกัมพูชา

ล่าสุดบริษัทฯ ร่วมมือกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจบันเทิงครบวงจรชั้นนำ รุกช่องทาง Media Commerce เพื่อร่วมมือกันพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางแพลตฟอร์มสื่อต่างๆ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยมีการลงนามในข้อตกลงกับบริษัทย่อยของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นที่เรียบร้อย

คาดว่าจะเริ่มการจัดจำหน่ายภายในต้นปี 2564 เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ และภายในไตรมาส 3/2564 คาดว่าจะจัดตั้งกิจการร่วมทุน (Joint Venture) ร่วมกับบริษัทย่อยของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรทางกลยุทธ์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ได้ให้สิทธิในการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทฯ แก่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่สัดส่วนไม่เกินร้อยละ 9.9 ที่ราคา IPO ในภายหลังการจัดตั้ง Joint Venture และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ด้านนางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หลังจาก บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุด ก.ล.ต. ได้นับ 1 ไฟลิ่งแล้ว

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 309 ล้านบาท แบ่งเป็น 618 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท มีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 270 ล้านบาท โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 152,641,540 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 25.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (ก่อนใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของผู้บริหารและพนักงาน ตาม KISS ESOP) แบ่งเป็น

1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 60,000,000 หุ้น
2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 92,641,540 หุ้น

ทั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า และช่องทางการขายตรงแก่ผู้บริโภค (Direct-to-Consumer) ขยายธุรกิจในต่างประเทศ ลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล และเพื่อชำระเงินคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ