
ก่อนปิดตลาดสัปดาห์นี้ หุ้นไทยถูกแรงเทขายทำกำไรหลังทะยานขึ้นร้อนแรง ทดสอบ 1,500 จุด เพื่อลดความเสี่ยง ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาว บล.หยวนต้า แนะนำพักเงินในหุ้น Low Beta ที่ราคาปรับขึ้น น้อยกว่าตลาด ADVANC, INTUCH, GULF, SPCG, BJC, CPALL โดย BJC, CPALL เป็นหุ้นกลุ่มค้าปลีก ที่ถือว่ารอบนี้ยังเป็นกลุ่มที่ Laggard ตลาด และได้อานิสงส์เชิงบวกโดยตรงจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐหุ้นทั้ง 2 ตัวยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม
ขณะที่ยังมองหุ้น TOA น่าสนใจหลังราคาหุ้น YTD ลดลงไปกว่า 19% ขณะที่คาดว่ากำไรปีหน้าจะกลับมาเติบโตจากการบริโภคในประเทศ รายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น และได้ประโยชน์จากบาทแข็ง แนะนำให้ “สะสม”
ส่วนงาน Motor Expo 2020 ที่ยอดจองรถสะสมภายในงานมากกว่า 1.6 หมื่นคัน เกินครึ่งทางของเป้าที่ผู้จัดงานตั้งไว้ที่ 3 หมื่นคัน ถือเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มยานยนต์ เลือกหุ้น AH, CWT และ JWD เด่น
ด้าน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง หนุนให้ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา 4.63 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันให้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจนใกล้ระดับ 30 บาท/เหรียญ และหากเปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ Fund Flow กับค่าเงินบาท ย้อนหลัง 15 ปี พบว่าเวลา Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยด้วยปริมาณมากทีไร มักจะกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเสมอ
แต่ตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่าค่าเงินบาทเคยแข็งค่าต่ำกว่า 30 บาท/หุ้น เพียง 5 ครั้ง และเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ก็กลับมาอ่อนค่าในระยะเวลาถัดไปเสมอ
ดังนั้น ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจนใกล้ระดับ 30 บาท/เหรียญ (ซึ่งถือว่าแข็งค่ามากเมื่อเทียบกับในอดีต) อาจได้เห็นมาตรการควบคุมค่าเงินจาก ธปท.ที่เข้มข้นขึ้น เพื่อสกัดการแข็งค่าของค่าเงิน บวกกับใกล้ช่วงวันหยุด
ยาวในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งมูลค่าการซื้อขายหุ้นมักจะเบาบางลง ทั้ง 2 ถือเป็นอุปสรรคระยะสั้นต่อ Fund Flow ที่โหมเข้ามาในช่วงนี้ แต่ ระยะยาวยังเชื่อว่ามีช่องว่างให้ Fund Flow ไหลเข้าได้อีก
กลยุทธ์เน้นเลือกหุ้นใหญ่ที่ได้แรงหนุนจาก Fund Flow และแนวโน้มกำไรฟื้นตัวเด่นตามภาพรวมเศรษฐกิจ อย่าง SCC-KBANK- BAM เป็น Top pick!!
อินเด็กซ์ 51