
ขาช็อปจงฟัง ลงทุนทองคำต้องเป็นเงินเย็นอย่าใจร้อน อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด แนะดูนโยบายการเงินสหรัฐฯ เป็นหลัก ส่งผลต่อเงินดอลลาร์กระทบถึงราคาทองไทย
ธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวว่า ในความเป็นจริงหลายๆ คนมักจะติดอยู่กับดักของคำที่พูดว่า ราคาถูกก็ซื้อ แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่าราคาที่ซื้อนั้นจะถูกลงอีกหรือไม่ ซึ่งถ้าจะให้ตอบจริงๆ ก็คือ ไม่มีราคาถูกที่แท้จริง
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเป็นราคาแพงอาจจะมีคนที่ใช้แนวคิดว่า แพงก็ซื้อสิ ของดีต้องราคาแพง แต่เราอาจจะไม่รู้เลยว่าของที่แพงซื้อไปแล้วจะขาดทุน หรือได้กำไร แล้วช่วงเวลาไหนจึงควรซื้อ ซึ่งทองคำก็เช่นเดียวกัน
สำหรับการลงทุนในทองคำนั้น ในระยะสั้นมักจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอๆ เช่น ปัญหาการระบาดของโควิด-19 หรือการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐฯ ผ่านทวิตเตอร์ ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแต่ทำให้ราคาทองเกิดความผันผวนได้ทั้งสิ้น แต่เมื่อสถานการณ์ผ่านไป ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม
ธีรรัฐ บอกอีกว่า สำหรับการลงทุนระยะยาวของทองคำนั้นมีปัจจัยที่ขับเคลื่อนอยู่ 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ 1.ดีมานด์ และซัพพลาย 2.นโยบายการเงิน ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการรับข้อมูลดีมานด์และซัพพลายจะดูได้ยากกว่าเพราะเป็นนามธรรม
สำหรับนโยบายการเงินนั้นส่วนใหญ่มักจะไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หรือเรียกง่ายๆ ว่า ไม่ค่อยมีความผันผวน เช่น หากประกาศออกมาว่าจะลดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยก็จะลดนานหลายเดือน ไม่ใช่ลดแค่ 1 สัปดาห์ แล้วกลับมาขึ้นดอกเบี้ย เป็นต้น
"นโยบายการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและง่ายที่สุดในการใช้ตัดสินใจลงทุนทองคำ เนื่องจากราคาทองคำโลกนั้นซื้อขายกันในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากเงินดอลลาร์อ่อนค่าก็จะทำให้ราคาทองคำที่อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากดอลลาร์แข็งค่า ก็จะทำให้ทองคำราคาต่ำลง"
ทั้งนี้ นโยบายการเงินที่จะส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าระยะยาว คือ นโยบายเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ลดอัตราดอกเบี้ย หรือการพิมพ์เงินอัดฉีดเข้าระบบ ส่วนนโยบายที่จะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าระยะยาวคือ นโยบายเชิงชะลอเศรษฐกิจ
"ถ้าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ประกาศลดดอกเบี้ยหรืออัดฉีดเงินก็ให้เรารู้ว่าเตรียมตัวลงทุนทองคำได้เลย แต่หากเมื่อไรก็ตามเฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือดึงเงินออกจากระบบ แบบนี้ถือว่างานเลี้ยงเลิกราแล้ว"
ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน เฟดยังคงกดดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำแบบนี้ไปอีก 1-2 ปี และยังพิมพ์เงินอัดฉีดเข้าระบบเพื่อผลักดันให้เกิดเงินเฟ้อ ซึ่งสถาการณ์นี้เช่นนี้เราประเมินว่า ในอีก 1 ปีข้างหน้าราคาทองคำจะยังไม่ใช่ขาลง เพราะยังไม่มีสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย
"ถ้านักลงทุนระยะยาวมองจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นอยู่ โดยไม่ได้แพนิค หรือกังวลเรื่องของโจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดี รวมถึงไม่ได้กังวลเรื่องสงครามการค้า เพราะปัจจัยสำคัญส่วนใหญ่อยู่ที่นโยบายการเงินในตอนนี้ ขอเพียงใช้เงินเย็นมาลงทุน ก็จะสามารถทำกำไรจากเทรนด์ขาขึ้นหลังจากนี้ได้".