
ดัชนีหุ้นไทย 18 มี.ค.62 ปิดที่ 1,617.57 จุด ลดลง 8.00 จุด มีมูลค่า ซื้อขาย 38,474.99 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,016.45 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด CPALL ปิด 74.25 บาท ลบ 1.25 บาท, PTT ปิด 47.75 บาท ลบ 0.50 บาท, AOT ปิด 67 บาท ลบ 1 บาท, PTTEP ปิด 120 บาท บวก 1 บาท และ PTTGC ปิด 67.50 บาท บวก 0.25 บาท
หุ้น AOT ร่วงหลังต้องชะลอการขายซองประมูลดิวตี้ฟรี 4 สนามบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรอฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายก่อน
บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมองเป็น Slightly Negative ให้ราคาเป้าหมาย 70.5 บาท เนื่องจากทำให้ตลาดกังวล และหากสรุปว่าโครงการเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐและเอกชนฉบับใหม่ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความล่าช้าในการประมูล เนื่องจากมีกระบวนการหลายขั้นตอน แต่ให้น้ำหนัก 80% ว่าจะทราบผลการประมูลภายในปีนี้เพื่อให้ผู้ชนะมีเวลาเตรียมการ เนื่องจากสัญญาเดิมระหว่าง AOT และ King Power จะสิ้นสุด 27 ก.ย.2020
ปิดท้าย “วนา พูลผล” ซีอีโอ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มองเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ 1,750 จุด อิง P/E ที่ 16.5 เท่า และ EPS ที่ 105 บาท แนวโน้มยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากพื้นฐานเศรษฐกิจ และแนวโน้มการลงทุน ผลการดำเนินงานของบริษัทเอกชนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี และ valuation ของหุ้นไทย ยังอยู่ระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักทั่วโลก
แต่ต้องติดตามการเลือกตั้ง, สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ และแนวโน้มดอกเบี้ยทั้งในประเทศและสหรัฐฯ ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนสะท้อนจากช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หากปัจจัยเสี่ยงต่างๆคลี่คลายและมีความชัดเจนมากขึ้น มีโอกาสที่เม็ดเงินต่างชาติอาจกลับเข้าตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง จึงแนะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ให้น้ำหนักตราสารหนี้และหุ้นที่มีคุณภาพสูงและตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยง และมีโอกาสได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในภาวะตลาดผันผวน
ทั้งนี้ คัด 5 กองทุนเพื่อครอบคลุมโอกาสการลงทุนที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ คือกองทุนเปิด ไทย ตราสารหนี้ (TFIF), กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS), กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เฟล็กซิเบิ้ล อินคัม ฟันด์ (UFIN), กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินโนเวชั่น ฟันด์ (UNI) และกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (UCHINA)
อินเด็กซ์ 51