
นายยุทธนา หยิมการุณ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีกรมสรรพากรละเว้นการประเมินการเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ปฯ เมื่อปี 2549 รวมเป็นเงินกว่า 17,629 ล้านบาท เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือให้กรมสรรพากรชี้แจงเรื่องดังกล่าว และติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อสรุปผลสอบให้ได้ภายในปีนี้ ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ชี้แจงว่าได้ส่งเรื่องให้สำนักงานสรรพากรภาค 3 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจประเมินการเก็บภาษีหุ้นกรณีดังกล่าวพิจารณาข้อเท็จจริง
โดยสำนักงานสรรพากรภาค 3 อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์ แต่เกิดความล่าช้า เนื่องจากผู้บริหารของสรรพากรภาค 3 เกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ผ่านมา ทำให้คนใหม่ที่มารับหน้าที่แทนต้องศึกษาแนวทางการทำงานให้ดีก่อน นอกจากนี้ สำนักงานอัยการยังไม่ส่งรายชื่อบุคคลเข้ามาเป็นคณะกรรมการอุทธรณ์ ทำให้ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว
นายยุทธนา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้สรุปผลการสอบกรณีที่กรมสรรพากรไม่ยื่นอุทธรณ์ศาลภาษีสูงสุด เพื่อเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นของบุคคลในครอบครัวนายทักษิณ ซึ่งผลสอบพบว่ามีมูลความผิดและกรมสรรพากรได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องและยังรับราชการอยู่ ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องได้เกษียณอายุราชการไปหมดแล้ว จึงต้องดำเนินการเอาผิดทางแพ่งเพื่อให้ชดใช้ความเสียหายจากการเก็บภาษีไม่ได้ ส่วนทางด้านอาญาก็จะพิจารณาไปตามความผิดที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงหลายคน จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
“คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำหนังสือถามถึงสำนักงานสรรพากรภาค 3 ว่า จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์เรื่องดังกล่าวหรือยัง และผลของการพิจารณาออกมาอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ผมเป็นประธานจะต้องมีผลสรุปออกมาอย่างแน่นอนว่า กรมสรรพากรละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ประเมินการเสียภาษีดังกล่าวหรือไม่”.