อยู่บ้านเดียวกัน รู้เรื่องการเงินของกันและกัน ได้แค่ไหน?

Experts pool

Columnist

Tag

อยู่บ้านเดียวกัน รู้เรื่องการเงินของกันและกัน ได้แค่ไหน?

Date Time: 1 พ.ย. 2569 08:30 น.

Video

ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวัน! หนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหดขนาดนี้ทำไมคนไทยยังกู้ I Money Issue

“Summary“

คู่รักควรเปิดเผยข้อมูลการเงินที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว เช่น หนี้ก้อนใหญ่ ภาระผูกพันทางกฎหมาย หรือการนำเงินก้อนไปลงทุนและให้ผู้อื่นยืม

  • ควรแยกเงินที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น เงินเก็บเพื่อการศึกษาของลูก หรือเงินดูแลพ่อแม่ ออกจากเงินใช้จ่ายทั่วไปเพื่อป้องกันความสับสน
  • ใช้หลักการเช็กตัวเองว่าหากอีกฝ่ายมารู้เรื่องในภายหลังแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ แสดงว่าเรื่องนั้นควรนำมาปรึกษากันตั้งแต่ต้น
  • แนะนำให้ทำ 'Financial Check-in' หรือการนัดคุยเรื่องสถานะการเงินร่วมกันเป็นระยะ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นภาพการเงินของครอบครัวในทิศทางเดียวกัน
  • การเปิดเผยเรื่องเงินไม่ใช่การจับผิดหรือขาดความไว้ใจ แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตคู่ร่วมกัน

Latest


คู่รักจำเป็นต้องรู้เรื่องเงินของกันและกันทุกเรื่องไหม? คำตอบคือ “ไม่จำเป็น”

แต่ละคนยังสามารถมีบัญชีส่วนตัว มีเงินสำหรับความสุขของตัวเอง หรือไม่ต้องรายงานทุกครั้งที่ซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เพราะการมีพื้นที่ส่วนตัวทางการเงินไม่ได้แปลว่าไม่รักหรือไม่ไว้ใจกัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีเรื่องการเงินบางประเภทที่ถ้าอีกฝ่าย “ไม่รู้เลย” วันหนึ่งอาจมีผลกระทบทั้งครอบครัวได้ ตรงนี้เองที่เราต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือ พื้นที่ส่วนตัว และอะไรเริ่มกลายเป็น ความลับทางการเงิน คำถามสำคัญ คือ “สิ่งที่เราไม่บอกนั้น หากเกิดปัญหาขึ้นมา อีกฝ่ายจะต้องรับผลไปด้วยหรือไม่” ถ้าคำตอบคือ “ใช่” เรื่องนั้นก็อาจไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป

5 เรื่องการเงินที่คู่ชีวิตควรรู้ร่วมกัน

1. หนี้ก้อนใหญ่ และภาระที่ต้องผ่อนในอนาคต

บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล รถ บ้าน หรือหนี้ธุรกิจ หากมีจำนวนมากจนกระทบกระแสเงินสดของครอบครัว ควรเป็นข้อมูลที่อีกฝ่ายรับรู้ เพราะหนี้ไม่ได้มีผลแค่กับคนที่กู้ แต่มีผลต่อเงินที่เหลือสำหรับค่าใช้จ่ายร่วม เป้าหมายครอบครัว และความสามารถในการรับมือเหตุฉุกเฉินด้วย

2. การนำเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนหรือให้คนอื่นยืม

ช่วยพี่น้อง ลงทุนกับเพื่อน หรือปล่อยเงินกู้ให้คนใกล้ตัว อาจเกิดจากความหวังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากจนหากไม่ได้คืนแล้วกระทบครอบครัว ก็ควรคุยกันก่อน โดยเฉพาะเรื่อง “ยืมเงินกันเอง” ในครอบครัวหรือระหว่างคู่ชีวิต ควรตกลงให้ชัดเจนว่า เป็นการให้หรือการยืม จะคืนเมื่อไร และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ต้องมาสะดุดจากความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง

3. สัญญาหรือภาระผูกพันที่อาจส่งผลต่อครอบครัว

การเซ็นสัญญาซื้อทรัพย์สิน การค้ำประกัน การลงทุนในธุรกิจ หรือการทำข้อตกลงที่มีภาระทางการเงินในอนาคต เป็นเรื่องที่ไม่ควรเพิ่งมารู้กันเมื่อเกิดปัญหาแล้ว เราไม่จำเป็นต้องขออนุญาตคู่ชีวิตในทุกการตัดสินใจ แต่หากผลของการตัดสินใจนั้นอาจกลับมากระทบเงินกองกลางหรือทรัพย์สินครอบครัว การรับรู้ร่วมกันเป็นเรื่องสำคัญ

4. เงินที่มี “เจ้าของหรือวัตถุประสงค์เฉพาะ”

เงินของลูก เงินที่เก็บไว้ดูแลพ่อแม่ เงินสำหรับการศึกษา หรือเงินก้อนที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ไม่ควรถูกนำไปใช้เรื่องอื่นโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ การแยกเงินเหล่านี้ออกจากเงินใช้จ่ายทั่วไปให้ชัด จะช่วยลดทั้งความสับสนและความขัดแย้งในอนาคต

5. เรื่องที่หากอีกฝ่ายรู้ทีหลัง เรารู้ว่าเขาน่าจะรู้สึกว่า “ทำไมไม่บอก”

นี่อาจเป็นเช็กลิสต์ที่ง่ายที่สุด ก่อนตัดสินใจเรื่องเงิน ลองถามตัวเองว่า “ถ้าอีกฝ่ายมารู้เรื่องนี้ในอีกหนึ่งปี เราจะรู้สึกสบายใจที่จะอธิบายไหม?” ถ้าคำตอบคือไม่ หรือเราตั้งใจซ่อนเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่เห็นด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเราควรคุยกันเรื่องนั้นตั้งแต่วันนี้

ป้องกันปัญหาจากความลับด้วย “Financial Check-in”

ชวนคู่รักหาเวลาคุยเรื่องเงินร่วมกันเป็นระยะ เช่น เดือนละครั้งหรือทุกไตรมาส โดยคุยเรื่องใหญ่ ๆ เช่น ตอนนี้มีหนี้อะไรเพิ่มไหม, มีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในช่วงใกล้ ๆ นี้หรือไม่, เงินออมและเงินสำรองยังอยู่ตามแผนไหม, มีใครกำลังรับภาระทางการเงินเพิ่มขึ้นหรือเปล่า, เป้าหมายร่วมของเรายังเหมือนเดิมไหม

บทสนทนาแบบนี้มีไว้เพื่อให้ทั้งสองคนยังเห็น “ภาพเดียวกัน” ของชีวิตการเงินร่วมกัน

เมื่ออยู่ในความสัมพันธ์ที่ใช้ชีวิตร่วมกัน การตัดสินใจทางการเงินของคนหนึ่งมีโอกาสกระทบชีวิตของอีกคน ความเป็นส่วนตัวก็ควรเปลี่ยนเป็นความโปร่งใส เพราะสิ่งที่ทำร้ายความสัมพันธ์หลายครั้ง ไม่ใช่จำนวนเงินที่เสียไป แต่คือความรู้สึกว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมฉันถึงเป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้”

การคุยเรื่องเงินจึงไม่ใช่การไม่ไว้ใจกัน แต่มันคือการบอกว่า “เรื่องที่กระทบชีวิตของเรา ฉันอยากให้เรารับรู้และตัดสินใจไปด้วยกัน”

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)
CPA และ content creator เจ้าของเพจ “มาดามฟินนี่” ผู้เขียนเรื่องการเงินแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพราะเชื่อว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการจัดการเงินที่ดีควรเริ่มจากความเข้าใจชีวิต