
ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กรณีฟ้องคณะกรรมการสรรหาฯ ที่วินิจฉัยว่าตนขาดคุณสมบัติ
จากกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อ 25 ก.ย. 2569 ยกฟ้องคดี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ฟ้องคณะกรรมการสรรหาบอร์ด กสทช.
โดยมีคำวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้าม ถือว่าสละสิทธิจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. เนื่องจากพบการปฏิบัติหน้าที่อื่นทับซ้อนกับการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.
โดยศาลให้เหตุผลว่า แม้ นพ.สรณ จะอ้างว่าเป็นหมอรายชั่วโมงหรือหมอจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระ ไม่ถือเป็นบุคลากรในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี รวมทั้งไม่ใช่ลูกจ้าง เนื่องจากไม่มีสัญญาจ้างและคำสั่งจ้างในฐานะแพทย์ประจำโรงพยาบาล
แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นพ.สรณ มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงกับคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เพื่อขอใช้สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์เพื่อประกอบโรคศิลปะในนามของ นพ.สรณ เพื่อตรวจและรักษาผู้ป่วย และมีข้อตกลงแบ่งเงินค่าตรวจรักษาที่ได้รับจากผู้ป่วยโดยโรงพยาบาลเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าตรวจรักษาแทน แล้วนำมาแบ่งจ่ายให้กับ นพ.สรณ
แสดงให้เห็นว่า นพ.สรณ ยังคงมีความสัมพันธ์กับหน่วยงานของรัฐ ทั้งในทางข้อเท็จจริงและในทางผลประโยชน์ กรณีนี้จึงไม่ใช่การประกอบวิชาชีพอิสระโดยปราศจากความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐอย่างสิ้นเชิง ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะต้องห้ามและหลักการคุ้มครองความเป็นอิสระของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.
ดังนั้น การที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการ กสทช. และถือว่าเป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง
แม้ดูเหมือนว่าจะมีความคืบหน้า แต่ฉากทัศน์หลังคำสั่งศาลปกครองวันที่ 25 ก.ย. 2569 ยังออกได้อีกหลายหน้า เว้นเสียแต่ว่า นพ.สรณ จะถอดใจลาออกไปในที่สุด
ฉากทัศน์แรก นพ.สรณ ซึ่งต่อสู้มาตลอด 2 เดือนเศษจนถึงวันนี้ จะยอมถอดใจก่อนจะไปสุดทางที่คำสั่งศาลสูงสุดหรือไม่ คำตอบคือ น่าจะไม่ถอดใจ นพ.สรณ จึงจะเดินเรื่องอุทธรณ์ต่อ เรื่องนี้มีลุ้นเกมพลิกในช่วงหลังเดือน ก.ย. 2569 เนื่องด้วยจะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งในศาลใหม่ ความคิดเห็นต่อคดีจึงอาจเปลี่ยนไปให้ นพ.สรณ ได้ลุ้นอีกเฮือก
ฉากทัศน์ที่ 2 คำสั่งศาลปกครองกลางในวันที่ 25 ก.ย. 2569 จะมีน้ำหนักต่อหนังสือขอทูลเกล้าให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 โดยจะมีผลต่อการโปรดเกล้าฯให้ นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่
ฉากทัศน์ที่ 3 สำนักงาน กสทช. ซึ่งยืนยันต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ตราบใดที่ตำแหน่งของ นพ.สรณ ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด โดยสำนักงาน กสทช. ยืนยันมาโดยตลอดว่า นพ.สรณ ยังเป็นประธาน กสทช. ซึ่งมีอำนาจเต็มในการสั่งการในสำนักงาน กสทช. ได้โดยตรง รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. การจัดประชุม รวมทั้งการกำหนดวาระ โดยสำนักงาน กสทช. คือผู้เล่นสำคัญ ในการจัดการประชุมบอร์ด ซึ่งต้องมีกฎหมายรองรับ บอร์ดที่เหลือจึงต้องอาศัยสำนักงานในการจัดการประชุมที่ไม่มี นพ.สรณ นั่งเป็นประธานให้ได้
หากสำนักงาน กสทช. มองว่าคำสั่งศาลปกครองกลางยังไม่เป็นที่สิ้นสุด การจัดประชุมบอร์ดโดยที่ไม่มี นพ.สรณ นั่งเป็นประธาน อย่างที่บอร์ดเสียงส่วนใหญ่ต้องการ น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก ฉากทัศน์นี้จะนำไปสู่ปัญหาซ้ำเดิม นั่นคือการประชุมบอร์ดล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบเพราะต้องการประท้วงสถานะของประธานบอร์ด
ฉากจบของเรื่องนี้ ถ้านพ.สรณไม่ยอมถอดไปเสียเอง นอกจากคำสั่งโปรดเกล้าฯให้นพ.สรณพ้นจากตำแหน่งแล้ว ก็มีสำนักงาน กสทช.นี่แหละ ที่จะสามารถกำหนดจุดจบของมหาสงครามศึกแย่งอำนาจประธานกสทช.สุดฉาวโฉ่ครั้งนี้ได้
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney