1 ปี “กิติพงศ์” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ปักหมุดปฏิรูปตลาดทุนไทย

Experts pool

Columnist

Tag

1 ปี “กิติพงศ์” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ปักหมุดปฏิรูปตลาดทุนไทย

Date Time: 18 ก.ย. 2569 20:18 น.

Video

VI ยุคใหม่ปรับตัวอย่างไร? วิธีเลือกหุ้นดี vs หุ้นดูดี & DCA ยังรอดไหม? | Money Issue EP.74

Summary

รื้อกฎ–ใช้ AI กำกับ เปิดทาง New Economy ดัน TISA–ESG สร้างฐานตลาดหุ้นรอบใหม่

Latest


ครบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวาระที่ 2 ของ ศ.พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นับตั้งแต่เดือน ส.ค.2568 เป็นต้นมา ทิศทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยถูกวางกรอบไว้บน 3 ภารกิจหลัก คือ สร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความยั่งยืน

หรือภายใต้แนวคิด Trusted Gateway – Opportunities – Sustainability ที่ต้องการผลักดันตลาดทุนไทยไปสู่การเป็น “ประตูแห่งความเชื่อมั่นและโอกาส”

ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าทั้งการปรับกฎเกณฑ์ซื้อขาย ยกระดับระบบกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี เปิดทางให้ธุรกิจใหม่และธุรกิจขนาดกลาง–เล็กเข้าถึงตลาดทุน พร้อมวางโครงสร้างด้าน ESG และการออมระยะยาวควบคู่กันไป

รื้อกฎตลาดหุ้น ฟื้น “ความเชื่อมั่น”

ภารกิจแรกที่ถูกวางไว้เป็นฐานสำคัญ คือ Trusted Gateway หรือการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทย ผ่านการปรับปรุงกฎเกณฑ์และระบบกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลายด้าน ทั้ง Tick Size, Short Selling, High-Frequency Trading หรือ HFT และ Treasury Stocks เพื่อให้การซื้อขายมีความเป็นธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น

อีกด้านหนึ่งคือการนำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในการกำกับดูแลและตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อขายในเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและปิดช่องโหว่ของการกระทำผิด

พร้อมกับยกระดับความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ กับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขกฎหมายในลักษณะ Omnibus Law ต่อกระทรวงการคลัง เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลตลาดทุนให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ศ.พิเศษกิติพงศ์ ระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นสร้างรากฐานตลาดทุนไทยให้ยั่งยืน ผ่านการปฏิรูปกฎระเบียบที่สำคัญ ยกระดับเทคโนโลยี เพื่อกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ พลิกโฉมและสร้างความแข็งแกร่งตลาดทุนไทยในระยะยาว

เปิดประตูธุรกิจใหม่ ปลดล็อก SMEs–Startup

หมุดที่ 2 คือ Opportunities หรือการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงตลาดทุน และเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจรูปแบบใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทุนไทยมากขึ้น

แนวทางสำคัญคือการลดข้อจำกัดสำหรับ SMEs และ Startup ผ่านโครงสร้าง Dual-class share รวมถึงการลดข้อจำกัดในการ Spin-off ธุรกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนและการเติบโตของกิจการ

สำหรับธุรกิจดั้งเดิม ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับศักยภาพของบริษัท ขณะเดียวกันได้ขยายการเชื่อมโยงตลาดทุนไปยังกลุ่ม ธุรกิจครอบครัว หรือ Family Business เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจกลุ่มนี้ใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางสร้างการเติบโตในระยะยาว

อีกหนึ่งหมุดสำคัญ คือการประสานความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อดึงดูดธุรกิจและอุตสาหกรรมในกลุ่ม New Economy เข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทย

พร้อมกับการจัดตั้งโครงการ PE Trust เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนเงินทุนให้กับธุรกิจ

ขณะที่ฝั่งผู้ลงทุนและประชาชน ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าส่งเสริมวินัยการออมระยะยาวผ่านโครงการ TISA ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ศ.พิเศษกิติพงศ์ ระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าขยายโอกาสธุรกิจใหม่ๆ ดึงดูด New Economy และธุรกิจครอบครัว เติบโตผ่านตลาดทุน และส่งเสริมการออมระยะยาวผ่าน TISA

ดัน ESG จาก “แนวคิด” สู่โครงสร้างพื้นฐาน

ภารกิจที่ 3 คือ Sustainability หรือการนำเรื่องความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาดทุน

หนึ่งในงานสำคัญ คือการพัฒนา ESG Data Platform เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ESG รวมถึงการยกระดับมาตรฐาน SET ESG Ratings ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดตั้ง บริษัท เซ็ท เอสอี จำกัด หรือ SET SE เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกในการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ CBCE

นอกเหนือจากมิติตลาดทุนและภาคธุรกิจ ยังมีการขยายบทบาทไปสู่การช่วยเหลือสังคมในหลายด้าน ทั้งโครงการ ธรรมะ ธรรมดี การส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ การส่งเสริมทักษะและความรู้ทางการเงินผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อเด็กไทย รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

โดยใช้การประสานความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ กับบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืน หรือ ESG ให้เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม สร้าง Impact สังคมระยะยาว” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าว

จาก “กฎตลาดหุ้น” ถึง “เงินออมคนไทย”

หากไล่เรียงผลงานตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ภารกิจของประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้างของตลาด ตั้งแต่กฎเกณฑ์ซื้อขาย ระบบกำกับดูแล เทคโนโลยี AI การเชื่อมโยงหน่วยงานกำกับ ไปจนถึงการเปิดช่องทางระดมทุนสำหรับธุรกิจใหม่

พร้อมกันนั้นยังขยายไปถึงการดึง New Economy, SMEs, Startup และ Family Business เข้ามาใช้ประโยชน์จากตลาดทุน

ในอีกด้านหนึ่ง ได้วางโครงสร้างด้านความยั่งยืนผ่าน ESG Data Platform, SET ESG Ratings และ SET SE รวมทั้งผลักดันแนวทางการออมระยะยาวผ่าน TISA

ก้าวต่อไป เดินหน้ากฎใหม่–AI–New Economy

สำหรับภารกิจในช่วงต่อไป ศ.พิเศษกิติพงศ์ ยังคงวางเป้าหมายเดินหน้าการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย พร้อมยกระดับการใช้ AI ในการตรวจสอบและจัดการปัญหาเชิงรุก

อีกเป้าหมายสำคัญคือการดึงดูดธุรกิจ New Economy เข้าสู่ตลาดทุนเพิ่มขึ้น รวมถึงผลักดันให้แนวคิด ESG เข้าไปอยู่ในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน

เป้าหมายที่วางไว้ คือการทำให้ตลาดทุนไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นกลไกสร้างวินัยการออมในระยะยาว และเชื่อมโยงบทบาทของตลาดทุนเข้ากับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย

จาก “ความเชื่อมั่น” ไปสู่ “โอกาส” และต่อยอดถึง “ความยั่งยืน” จึงเป็น 3 หมุดหลักของภารกิจตลอด 1 ปีในวาระที่ 2 ของประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กำลังเดินหน้าต่อไป

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney

 



Author

วณิชยา แสงทอง

วณิชยา แสงทอง
ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ