เมื่อพ่อแม่เริ่มแก่ ควรชวนคุยเรื่องเงินเมื่อไหร่ ก่อนที่จะสายเกินไป

Experts pool

Columnist

Tag

เมื่อพ่อแม่เริ่มแก่ ควรชวนคุยเรื่องเงินเมื่อไหร่ ก่อนที่จะสายเกินไป

Date Time: 12 ก.ค. 2569 09:09 น.

Video

รู้จัก National ITMX เบื้องหลัง PromptPay ที่คนไทยใช้กันทั้งประเทศ | Digital Frontiers EP.68

Summary

หลายครอบครัวเพิ่งมาคุยเรื่องเงินในวันที่มีคนเข้าโรงพยาบาล หรือวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน และบ่อยครั้ง...วันนั้นก็สายเกินไปแล้ว

Latest


คนวัย 35-50 ปี ที่พ่อแม่เริ่มแก่และต้องการดูแลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจะเริ่มมีความกังวลเรื่องภาระการเงินในบ้าน แต่เสียงในหัวมักจะเป็นแบบนี้

“อยากคุยกับพ่อแม่เรื่องเงินนะ... แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง”

หลายครอบครัวเพิ่งมาคุยเรื่องเงินในวันที่มีคนเข้าโรงพยาบาล หรือวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน และบ่อยครั้ง...วันนั้นก็สายเกินไปแล้ว

อย่าเริ่มต้นพูดคุยด้วยคำว่า “มรดก”

แทนที่จะถามว่า “พ่อมีเงินเก็บเท่าไหร่?” ลองเปลี่ยนเป็น “ช่วงนี้ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นมากเลยนะ ถ้าวันหนึ่งมีเหตุฉุกเฉิน เราควรเตรียมตัวกันอย่างไรดี” หรือ “อยากช่วยดูแลเรื่องเอกสารต่าง ๆ เผื่อวันไหนพ่อกับแม่เดินทาง จะได้ช่วยจัดการได้”

เมื่อบทสนทนาเริ่มจาก “ความห่วงใย” มากกว่า “ตัวเลข” อีกฝ่ายก็มักเปิดใจมากกว่า

มี 4 เรื่องที่ทุกครอบครัวควรรู้ร่วมกัน

การคุยเรื่องเงินกับพ่อแม่ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกบาททุกสตางค์ แต่อย่างน้อย สมาชิกในครอบครัวควรมีข้อมูลสำคัญร่วมกันใน 4 เรื่องนี้

1. รายรับและรายจ่ายหลังเกษียณ

พ่อแม่มีรายได้จากอะไรบ้าง เช่น บำนาญ ประกันสังคม เงินลงทุน ค่าเช่า เงินออม และเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนหรือไม่ บางบ้านพ่อแม่ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทั้งที่เงินเกษียณเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกครั้งคือเงินหมด

2. สิทธิการรักษาพยาบาล

หลายบ้านเพิ่งมารู้ตอนเข้าโรงพยาบาลว่าพ่อแม่ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง มีประกันสุขภาพหรือไม่ วงเงินเหลือเท่าไร โรงพยาบาลไหนใช้สิทธิได้ ข้อมูลเหล่านี้ หากรู้ไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดทั้งความวุ่นวายและความเครียดในวันที่เกิดเหตุจริง

3. ทรัพย์สินและหนี้สิน

ชวนพ่อแม่คุยไม่ใช่เพื่อแบ่งมรดก แต่เพื่อให้รู้ว่า หากวันหนึ่งต้องช่วยตัดสินใจแทน จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ลองถามเรื่อง บ้าน รถ เงินฝาก การลงทุน รวมถึงหนี้สิน ว่ามีอะไรบ้างเพื่อให้คนในครอบครัวพอรู้ภาพรวมบ้าง

4. ความตั้งใจของพ่อแม่

นี่อาจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ควรชวนคุย เช่น พ่อแม่อยากใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไหน อยากอยู่บ้านเดิม หรือย้ายมาอยู่ใกล้ลูก หากวันหนึ่งต้องมีคนดูแล อยากให้ใครช่วย ทรัพย์สินที่มี อยากส่งต่ออย่างไร

หลายเรื่องไม่มีคำตอบถูกหรือผิด แต่ควรได้พูดกันในวันที่ทุกคนยังมีเวลารับฟังกัน

การวางแผนเรื่องเงิน ไม่ใช่หน้าที่ของลูกฝ่ายเดียว

ลูกหลายคนแบกรับความกดดันทั้งหมดไว้คนเดียว ทั้งพยายามหาเงิน เก็บเงิน เตรียมเงินดูแลพ่อแม่... จนลืมดูแลชีวิตของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว การวางแผนที่ดี คือการที่ทุกคนในครอบครัวช่วยกันรับผิดชอบตามบทบาทของตัวเอง

การวางแผนเรื่องเงินเป็นทีม เช่น พ่อแม่เตรียมข้อมูล ลูกช่วยวางแผน พี่น้องช่วยแบ่งหน้าที่ เมื่อทุกคนร่วมมือกัน ภาระก็จะไม่ตกอยู่กับใครเพียงคนเดียว

บทสรุป

เรามักใช้เวลาทั้งชีวิตคุยกับพ่อแม่หลายเรื่อง แต่กลับหลีกเลี่ยงเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือ “เรื่องเงิน” ทั้งที่จริงแล้ว การพูดคุยเรื่องนี้ ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังนับถอยหลังชีวิตของท่าน

ตรงกันข้าม มันคือการบอกว่า “เราอยากให้วันที่พ่อกับแม่ยังอยู่กับเรา เป็นวันที่สบายที่สุดเท่าที่จะทำได้” เพราะสุดท้ายแล้ว การวางแผนการเงินของครอบครัว ไม่ได้เริ่มจากการมีเงินมากที่สุด แต่เริ่มจากการกล้าคุยกัน...ในวันที่เรายังมีโอกาสนั่งอยู่พร้อมหน้ากัน

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)
CPA และ content creator เจ้าของเพจ “มาดามฟินนี่” ผู้เขียนเรื่องการเงินแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพราะเชื่อว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการจัดการเงินที่ดีควรเริ่มจากความเข้าใจชีวิต