
ตลาด Futures เต็มไปด้วยความผันผวน ความเร็ว และ Leverage ทีม Futures and Options หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าสิ่งที่นักเทรดต้องการมากที่สุดไม่ใช่การ “ทายทิศทางตลาด” แต่คือ เครื่องมือที่ช่วยกำหนดกรอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
Fibonacci Retracement จึงกลายเป็นหนึ่งในภาษากลางที่นักเทรดมืออาชีพทั่วโลกใช้สื่อสารกับกราฟราคา แม้ Fibonacci จะมีรากฐานมาจากคณิตศาสตร์ แต่เมื่อถูกนำมาใช้กับตลาดการเงิน กลับสะท้อน “พฤติกรรมมนุษย์” ได้อย่างน่าทึ่ง เพราะการพักตัว การกลัวพลาดโอกาส (FOMO) และการทำกำไร ล้วนแสดงออกผ่านระดับราคาเดิมซ้ำ ๆ
อัตราส่วน 61.8% หรือ Golden Ratio ถือเป็นหัวใจของ Fibonacci Retracement เนื่องจากเป็นระดับที่ นักลงทุนระยะสั้นเริ่มกลับเข้าตลาด นักเทรดระยะกลางมองว่าเป็น “ย่อเพื่อไปต่อ” ขณะที่นักเทรดสวนเทรนด์เริ่มปิดสถานะ
โดยในการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement สามารถใช้งานได้โดยลากตำแหน่งจากจุดสูงสุดไปที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง หรือลากจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้น ก่อนที่จะมีการกลับตัวของแนวโน้ม เพื่อจะหาตำแหน่งที่ราคามีโอกาสที่จะฟื้นตัว หรือย่อตัวกลับไปถึง
หนึ่งในจุดเด่นของ Futures คือสามารถเก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ดังนั้น การใช้งานเครื่องมือ Fibonacci Retracement ไม่ได้จำกัดแค่การหาแนวรับในการเปิดสถานะ Long ในขาขึ้น แต่ยังใช้หาแนวต้านสำหรับการเปิดสถานะ Short ในขาลงได้เช่นกัน เมื่อราคาสินค้า Futures มีการพักตัว หรือฟื้นตัวไปที่ระดับ 61.8%, 50.0% และ 38.2% การเคลื่อนไหวของราคามักรุนแรง เนื่องจากนักเทรด Futures มักให้ความสำคัญกับระดับเหล่านี้ ซึ่งมักจะเกิดจากแรงซื้อ–ขายพร้อมกันส่งผลให้ราคามีความผันผวนสูง และเกิดโอกาสในการกำไร ทั้งนี้เครื่องมือนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “ถ้าราคาไปต่อจริง ควรแบ่งทำกำไรตรงไหน?” ซึ่งสำคัญมากในตลาด Futures ที่ความโลภอาจทำให้กำไรกลายเป็นขาดทุนได้ในเวลาอันสั้น
การใช้ Fibonacci อย่างมีประสิทธิภาพ ควรแปลงระดับราคาให้กลายเป็น “แผนเทรด” ไม่ใช่เพียงเส้นบนกราฟ และควรใช้บน Time Frame ระดับ Day ขึ้นไป
แนวทางนี้ช่วยให้การเทรด Futures มีโครงสร้าง และแผนเข้าออกชัดเจน ไม่ใช่อาศัยอารมณ์ ทำให้พอร์ตสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่าง ดังนี้
ตัวอย่าง นักเทรดเริ่มเห็นการฟื้นตัวของแท่งเทียนกลับเป็นขาขึ้นของ S50 Futures ประกอบกับเครื่องมือ MACD ได้ตัดเส้น Zero ขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่เริ่มเปลี่ยนกลับมาเป็นบวก จึงเริ่มเคาะเปิดสถานะ Long S50 Futures ที่ 740 จุด จำนวน 2 สัญญา โดยตั้งจุด Stop Loss ไว้ที่ 720 จุด (ต่ำกว่าระดับ Fibonacci 23.6% เล็กน้อย)
-ตั้งจุด Take Profit แรกไว้ที่ระดับ Fibonacci 50.0% บริเวณ 806 จุด และจุดที่ 2 ที่ Fibonacci 61.8% บริเวณ 844 จุด
-การเทรดมาถูกตามกลยุทธ์จึงปิดสถานะไม้แรกที่ 806 จุด ได้กำไร (806-740) x 200 x 1 = +13,200 บาท
-จากนั้นราคาปรับตัวไปต่อจึงปิดสถานะไม้สองที่ 844 จุด ได้กำไร (844-740) x 200 x 1 = +20,800 บาท
ดังนั้น เมื่อเทรดจบรอบพอร์ตจะมีกำไรรวม 13,200 + 20,800 = 34,000 บาท (ตัวอย่างไม่รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ)
สิ่งสำคัญที่สุดคือ Fibonacci ไม่ได้บอกอนาคต 100% แต่ช่วยจัดระเบียบความคิดของนักเทรดให้เห็นโครงสร้างตลาดชัดขึ้น รู้ว่าควรเข้า–ออกตรงไหน ควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น
ในตลาด Futures ที่ทุกการตัดสินใจมีผลต่อเงินทุนโดยตรง การมี “กรอบการเทรด” จึงสำคัญกว่าการหาอินดิเคเตอร์ใหม่ ๆ เสมอ Fibonacci Retracement คือ เครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนความผันผวนของตลาด Futures ให้กลายเป็นโอกาส หากใช้อย่างมีวินัยและเข้าใจบริบทของแนวโน้ม เส้น Fibonacci จะไม่ใช่แค่เส้นบนกราฟ แต่เป็นแผนที่ที่ช่วยนำทางนักเทรดสู่การตัดสินใจที่มีระบบและยั่งยืนมากขึ้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้