ชิงสิทธิ์ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” รัฐเปย์ 50% ทำอย่างไร ถึงจะไม่พลาด!

Experts pool

Columnist

Tag

ชิงสิทธิ์ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” รัฐเปย์ 50% ทำอย่างไร ถึงจะไม่พลาด!

Date Time: 7 ส.ค. 2569 18:17 น.

Video

ตลาดคริปโต เป็นอะไร? ถึงขั้น Strategy ต้องยอมขาย Bitcoin แต่ไม่ขายไต | Digital Frontiers Talk EP.70

Summary

สำหรับโครงสร้างสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้จ่าย เบื้องต้นยังคงยึดกรอบเดิมเป็นฐานในการเตรียมความพร้อม ดังนี้

  • รัฐร่วมจ่ายค่าที่พัก 50%: สนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/สิทธิ
  • แจกคูปองใช้จ่าย (E-Voucher): ไม่เกิน 500 บาท/สิทธิ สำหรับใช้จ่ายร้านอาหาร ร้าน OTOP สปา นวดสุขภาพ รถเช่า และเรือเช่า ครอบคลุม 77 จังหวัด
  • เพดานสิทธิ: ให้สูงสุด 5 สิทธิ/คน (กอบโกยสิทธิประโยชน์จากรัฐได้สูงสุดถึง 17,500 บาท/คน!) โดยสามารถแจกแจงความคุ้มค่าตามสไตล์การเที่ยวได้

Latest


ใครที่กำลังแพลนหาที่เที่ยวพักผ่อน รีบไปปัดฝุ่นแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในมือถือของคุณด่วน! เพราะล่าสุดรัฐบาลเตรียมดึงเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน มาแจกส่วนลดที่พัก 50% กับโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” หรือ “เที่ยวทั่วไทย พลัส” กันแล้ว 

หลายคนตั้งคำถามว่าโควตามีจำกัดแค่ 5 แสนสิทธิ์แบบนี้ ทำอย่างไรถึงจะไม่พลาด? สิทธิ์จะนับตอนไหน? ต้องเตรียมตัวอย่างไร? วันนี้มาลองกางกติกาและเช็กความพร้อมกันเลย

ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยต้องซบเซาและหยุดชะงักลงไปอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นผลกระทบมาจากชนวนสงครามในตะวันออกกลางที่ลุกลามจนดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ค่าเดินทางแพงขึ้น ประชาชนจึงต้องรัดกุมเรื่องค่าใช้จ่าย การที่รัฐบาลงัดโครงการรัฐร่วมจ่าย 50% ออกมาในเวลานี้ จึงเปรียบเสมือน “ตัวช่วยจุดชนวน” ปลุกกระแสให้คนไทยที่อัดอั้นอยากออกไปเดินทางท่องเที่ยวได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

แต่เดิม “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อสร้างกระแสคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ แต่ติดตรงงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ของปีงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ไม่เหลือวงเงินให้ใช้ได้ จึงตั้งใจรอใช้งบกลางฯ ในปีงบประมาณ 2570 ที่จะเริ่มต้นในเดือน ต.ค. 2569

แต่หลังจากได้หารือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้เห็นลู่ทางว่าสามารถใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ มาดำเนินการได้ จึงสามารถคิกออฟโครงการนี้ได้เร็วขึ้น โดยอาจได้เห็นโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือน ก.ย. 2569

“เอกนิติ” ได้ร่วมยืนยันว่า เบื้องต้นเตรียมนำแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มาใช้ในโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ในรูปแบบที่คล้ายกับ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในอดีต พร้อมมอบหมายให้ “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไปตรวจสอบความพร้อมทางเทคนิคของระบบหลังบ้านแอปฯ เป๋าตัง ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยู่ระหว่างสรุปรายชื่อกลุ่มเป้าหมาย โดยคาดว่าโครงการนี้จะมีความชัดเจนทั้งหมดภายใน 1 เดือน!

กางสิทธิประโยชน์ (เบื้องต้น) ทำอย่างไรให้คุ้มที่สุด

สำหรับโครงสร้างสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้จ่าย เบื้องต้นยังคงยึดกรอบเดิมเป็นฐานในการเตรียมความพร้อม ดังนี้:

  • รัฐร่วมจ่ายค่าที่พัก 50%: สนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/สิทธิ
  • แจกคูปองใช้จ่าย (E-Voucher): ไม่เกิน 500 บาท/สิทธิ สำหรับใช้จ่ายร้านอาหาร ร้าน OTOP สปา นวดสุขภาพ รถเช่า และเรือเช่า ครอบคลุม 77 จังหวัด
  • เพดานสิทธิ: ให้สูงสุด 5 สิทธิ/คน (กอบโกยสิทธิประโยชน์จากรัฐได้สูงสุดถึง 17,500 บาท/คน!) โดยสามารถแจกแจงความคุ้มค่าตามสไตล์การเที่ยวได้ดังนี้:

-สำหรับสายจัดเต็ม (Max Benefit): หากคุณจองที่พักคืนละ 6,000 บาทขึ้นไป (รัฐช่วย 3,000 บาท x 5 สิทธิ) รวมกับคูปองใช้จ่าย (500 บาท x 5 สิทธิ) คุณจะเซฟเงินเที่ยวไปได้สูงสุดเต็มเพดานที่ 17,500 บาท

-สำหรับสายเที่ยวคุ้มค่า (Average Use): หากอิงจากสถิติ "เราเที่ยวด้วยกัน" ในอดีต คนส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นจองที่พักแพงเพื่อเอาสิทธิสูงสุด แต่จะจองห้องพักเฉลี่ยคืนละ 2,500 - 3,000 บาท ซึ่งรัฐจะช่วยจ่ายให้อยู่ที่ประมาณ 1,250 - 1,500 บาทต่อคืน หากรวมกับคูปองใช้จ่ายแล้ว การกดใช้ 5 สิทธิ จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ราวๆ 8,750 - 10,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากโดยไม่ต้องพยายามจ่ายแพงเพื่อดันให้ชนเพดาน

  • โควตารวม: 500,000 สิทธิ

ทั้งนี้ เงื่อนไขการใช้สิทธิและจำนวนเงินสนับสนุนที่แน่นอน ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำข้อมูลไปหารือร่วมกับผู้ประกอบการและภาคเอกชนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเกิดประโยชน์สูงสุดก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ข้อมูลเปรียบเทียบ 3 โครงการรัฐร่วมจ่าย (Co-payment)

เมื่อกางข้อมูลเปรียบเทียบโครงการรัฐร่วมจ่ายในช่วง 3 รัฐบาลที่ผ่านมา จะเห็นรูปแบบและเงื่อนไขที่น่าสนใจ ดังนี้:

1. รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ (โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 1-5)

  • จำนวนสิทธิรวม: ประมาณ 11.5 - 12 ล้านสิทธิ (รวมทั้ง 5 เฟส)
  • เงื่อนไขสิทธิ/คน: สูงสุด 10 - 15 สิทธิ (ห้อง/คืน) ปรับเปลี่ยนตามแต่ละเฟส
  • จำนวนคนได้ประโยชน์: ขั้นต่ำประมาณ 800,000 - 1.2 ล้านคน
  • วงเงินงบประมาณ: รวมกว่า 20,000 - 30,000 ล้านบาท (ช่วงโควิด ต้องกระตุ้นมากเป็นพิเศษ)
  • แพลตฟอร์มที่ใช้: แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"

2. รัฐบาล น.ส.แพทองธาร (โครงการ เที่ยวไทยคนละครึ่ง)

  • จำนวนสิทธิรวม: 500,000 สิทธิ
  • เงื่อนไขสิทธิ/คน: สูงสุด 5 สิทธิ/คน (แบ่งเป็นเมืองหลัก 3 สิทธิ เมืองน่าเที่ยว 2 สิทธิ)
  • ผลการดำเนินงานจริง: แม้จะมีประชาชนสนใจลงทะเบียนกว่า 2 ล้านราย แต่ตัวเลขการใช้สิทธิจริงกลับหยุดอยู่ที่ราว 4.16 แสนสิทธิ สาเหตุสำคัญมาจากในช่วงเปิดโครงการวันแรกๆ เกิดปัญหาติดขัดทางเทคนิคในการเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตน (ThaID) กับแอปฯ Amazing Thailand จนเกิดปัญหาระบบล่มและคอขวดในการจอง ส่งผลให้กระแสความนิยมลดลงอย่างน่าเสียดาย และทำให้สิทธิอุดหนุนเหลือตกค้างอยู่จนจบโครงการ

3. รัฐบาลปัจจุบัน (โครงการ ไทยเที่ยวไทย พลัส หรือเที่ยวทั่วไทย พลัส- เตรียมดำเนินการ)

  • จำนวนสิทธิรวม: 500,000 สิทธิ
  • เงื่อนไขสิทธิ/คน: สูงสุด 5 สิทธิ/คน
  • จำนวนคนได้ประโยชน์: 100,000 คน (กรณีใช้เต็มคนละ 5 สิทธิ)
  • วงเงินงบประมาณ: 1,750 - 2,000 ล้านบาท (ใช้งบจากเงินกู้เยียวยาฯ)
  • แพลตฟอร์มที่ใช้: กลับมาใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"

ข้อสังเกต : ศึกชิงสิทธิ์ที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

  • จำนวนสิทธิน้อยกว่ายุคโควิดมาก: โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" เคยกระจายสิทธิรวมกว่า 11.5 ล้านสิทธิ แต่โครงการ "เที่ยวทั่วไทย พลัส" มีเพียง 500,000 สิทธิ ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • การกลับมาของ "ความนิยม" ที่อาจทะลัก: ปัจจัยบวกลบที่ประดังเข้ามา ทั้งการกลับมาใช้แอปฯ "เป๋าตัง" ที่มีระบบหลังบ้านเสถียรและคนไทยคุ้นเคย ประกอบกับ "แรงอัดอั้น" ของประชาชนที่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวมาตั้งแต่ต้นปีเพราะพิษราคาน้ำมันจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง จะเป็นตัวเร่งให้กระแสความนิยมและแรงแย่งชิงสิทธิในรอบนี้รุนแรงกว่ายุคก่อนอย่างแน่นอน
  • เตรียมรับมือปรากฏการณ์แย่งสิทธิ: ด้วยจำนวนสิทธิที่จำกัดเพียง 1 แสนคน (หากใช้เต็มสิทธิ) เมื่อเจอกับระบบเป๋าตังที่ไม่ล่มง่ายๆ จะทำให้ 5 แสนสิทธิหมดลงอย่างรวดเร็วมากชนิดกะพริบตาไม่ได้ รัฐบาลจึงต้องเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อม และสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มที่กดรับสิทธิไม่ทันไว้ล่วงหน้า และถ้าได้รับความนิยมประชาชนคงอยากให้มีเฟส 2 ต่อเนื่อง

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่มีแพลนจะเดินทางท่องเที่ยว เตรียมโหลดแอปฯ อัปเดตข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย แล้วรอฟังเสียงนกหวีดเป่าเริ่มจองสิทธิ์ในเร็วๆ นี้ได้เลย!


ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney




Author

อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์

อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์
ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ