ลาออกไปใช้ชีวิต หรือ อยู่ต่อเพื่อสวัสดิการ? 5 เช็กลิสต์การเงินก่อนยื่นใบลาออก

Experts pool

Columnist

Tag

ลาออกไปใช้ชีวิต หรือ อยู่ต่อเพื่อสวัสดิการ? 5 เช็กลิสต์การเงินก่อนยื่นใบลาออก

Date Time: 22 ก.พ. 2569 09:29 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

การลาออกไม่ใช่แค่การเปลี่ยนงาน มันคือการตัดสินใจทางการเงินครั้งสำคัญ ถ้าไม่ได้เตรียมตัวดี ความฝันเรื่องอิสระอาจกลายเป็นความกังวลเรื่องกระแสเงินสดแทน ก่อนตัดสินใจยื่นใบลาออก ลองตรวจสอบ 5 เรื่องสำคัญ

Latest


ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน (Burnout) ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจผันผวน ที่มาพร้อมๆ กับกระแส Digital Nomad, รวมถึงการเป็นฟรีแลนซ์เต็มเวลา หรือการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับความมั่นคงของงานประจำ 

การ “ลาออก” กลายเป็นทางเลือกของคนวัยทำงานจำนวนมากที่ต้องการอิสระ ความยืดหยุ่น หรือเส้นทางอาชีพใหม่

แต่การลาออกไม่ใช่แค่การเปลี่ยนงาน มันคือการตัดสินใจทางการเงินครั้งสำคัญ ถ้าเราไม่ได้เตรียมตัวดีๆ ความฝันเรื่องอิสระอาจกลายเป็นความกังวลเรื่องกระแสเงินสดแทน

ก่อนตัดสินใจยื่นใบลาออก อยากให้ลองตรวจสอบ 5 เรื่องสำคัญนี้

1. คำนวณ “มูลค่ารายได้ที่แท้จริง” ไม่ใช่แค่เงินเดือน

หลายคนประเมินความคุ้มค่าของงานประจำจากตัวเลขเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง พนักงานประจำได้รับ “สวัสดิการแฝง” ที่มีมูลค่าไม่น้อย เช่น

  • ประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม
  • เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากนายจ้าง
  • โบนัสประจำปี
  • สิทธิวันลาพักร้อนและสวัสดิการอื่น ๆ

การประเมินรายได้ใหม่หลังลาออกจึงควรคิดรวม “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” เหล่านี้ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจประเมินความสามารถทางการเงินของตนเองต่ำกว่าความเป็นจริง แล้วชาร์จค่าตัวในฐานะฟรีแลนซ์ต่ำเกินไป

2. เงินสำรองฉุกเฉินควรเพิ่มเป็นอย่างน้อย 12 เดือน

พนักงานประจำควรมีเงินสำรอง 3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย

แต่คนที่ลาออก รายได้กำลังจะเปลี่ยนจาก “แน่นอน” เป็น “ไม่แน่นอน” เงินสำรองอยากให้เพิ่มขึ้นเป็น 12 เดือน เพื่อรองรับความผันผวนในช่วงเริ่มต้นเส้นทางชีวิตใหม่

เงินก้อนนี้ไม่ใช่เพียงเงินฉุกเฉิน แต่ยังเป็น “เงินซื้อเวลา” ที่ช่วยให้เราสามารถทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ สร้างรายได้รูปแบบใหม่ สร้างฐานลูกค้าที่ใช่ โดยไม่ต้องเร่งตัดสินใจเพราะแรงกดดันทางการเงิน

3. จัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงให้เรียบร้อย

หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล มักมีอัตราดอกเบี้ยสูง และสร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสดของคนทำอาชีพอิสระหรือธุรกิจส่วนตัว

ก่อนลาออก ควรวางแผนปิดหนี้เหล่านี้ให้มากที่สุด หรืออย่างน้อยควรมีแผนการผ่อนชำระที่ชัดเจน และมั่นใจว่าเงินสำรองหรือรายได้ใหม่สามารถรองรับภาระดังกล่าวได้ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะกดดันจากหนี้ ที่ทำให้การตัดสินใจต่างๆ ถูกบีบให้เร่งรีบเกินไป

4. วางแผน “สวัสดิการส่วนตัว” ให้ครอบคลุม

เมื่อไม่มีบริษัทคอยดูแล เราจึงควรวางแผนสวัสดิการด้วยตนเอง เพื่อให้มีสิ่งรองรับในยามเจ็บป่วย และไปถึงเป้าหมายทางการเงินระยะยาว เช่น

  • สมัครประกันสังคมมาตรา 39
  • ซื้อประกันสุขภาพส่วนบุคคล โดยเฉพาะถ้าสุขภาพยังดีควรรีบทำ เพราะการสมัครหลังจากมีปัญหาสุขภาพแล้ว อาจถูกปฏิเสธความคุ้มครองหรือมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
  • วางแผนเกษียณ เช่น ลงทุนต่อเนื่องใน RMF หรือซื้อประกันบำนาญ

5. ทดลองหารายได้เสริมให้แน่ใจ ก่อนลาออกจริง

ทดลองหารายได้เสริม (Side Hustle) ควบคู่กับงานประจำในช่วง 3–6 เดือนก่อนลาออกจริง เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของเส้นทางใหม่ โดยคำถามสำคัญคือ

  • มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอเพียงพอต่อรายจ่ายหรือไม่
  • มีฐานลูกค้าที่ชัดเจนหรือไม่
  • ธุรกิจสามารถเติบโตได้จริงหรือเป็นเพียงกระแสชั่วคราว
  • เมื่อทดลองแล้วมั่นใจว่าอยู่ได้จริงค่อยลาออก เพื่อไม่ให้การลาออกกลายเป็นหนทางสู่ความลำบากและกังวลใจ

การวางแผนก่อนลาออก คือ การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

การตัดสินใจลาออกจากงานประจำ คือการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้จากระบบที่มีคนดูแลเรา ไปสู่การที่เราต้องบริหารความเสี่ยงด้วยตนเองและส่งผลกระทบต่อการเงินของเราทั้งระบบ

การวางแผน 5 เรื่องเหล่านี้ก่อนลาออกให้ดี จะช่วยให้แน่ใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากความพร้อม

เพราะสุดท้าย การเงินที่ดีหลังลาออก จะเป็นสิ่งที่ช่วยรับประกันความสุขในชีวิตหลังจากที่เราได้รับอิสรภาพ

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)

พนิดา ชูกุล (มาดามฟินนี่)
CPA และ content creator เจ้าของเพจ “มาดามฟินนี่” ผู้เขียนเรื่องการเงินแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพราะเชื่อว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการจัดการเงินที่ดีควรเริ่มจากความเข้าใจชีวิต