
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลการขายชอร์ต โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 67 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยกระดับการกำกับดูแลการซื้อขาย และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ซึ่งมาตรการกำกับดูแลการขายชอร์ตแบบใหม่จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าการขายชอร์ตอย่างไรบ้าง และธุรกรรมใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ บทความนี้ผู้เขียนจะมาชี้ให้เห็นภาพกัน
ก่อนที่จะไปกล่าวถึงผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลการขายชอร์ตแบบใหม่ จะขอแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการขายชอร์ตแบบเก่า (Zero Plus Tick Rule) และการขายชอร์ตแบบใหม่ (Uptick Rule) จากรูปภาพด้านล่าง
ที่มา: Settrade Streaming ณ วันที่ 9 ก.ค. 67
การขายชอร์ตแบบ Zero Plus Tick Rule นักลงทุนสามารถขายชอร์ตได้ที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่า 135.50 บาท การขายชอร์ตแบบ Uptick Rule นักลงทุนสามารถขายชอร์ตได้ที่ราคาสูงกว่า 135.50 บาท
จะเห็นได้ว่าผลลัพธ์จากการขายชอร์ตแบบใหม่ทำให้การขายชอร์ตทำได้ยากขึ้น เนื่องจากจะต้องตั้งขาย
ชอร์ตที่ราคา Offer เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถส่งคำสั่งขายชอร์ตที่ราคา Bid ได้เหมือนในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากปรับปรุงเกณฑ์ราคาขายชอร์ตยังได้มีมาตรการเพิ่มเติม ดังนี้
คุณสมบัติของหุ้น non-SET100 ที่ขายชอร์ตได้จะต้องมี Market Cap. เฉลี่ย 3 เดือน ไม่น้อยกว่า 7,500 ล้านบาท และ Free Float ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว รวมทั้ง Monthly Turnover เฉลี่ย 12 เดือน ไม่น้อยกว่า 2% ของหุ้นสามัญที่จดทะเบียน ทำให้จำนวนหุ้นที่ขายชอร์ตได้ลดลงจาก 331 หลักทรัพย์เหลือเพียง 260 หลักทรัพย์ (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ค. 67)
การขึ้นทะเบียนผู้ลงทุนที่ส่งคำสั่งซื้อขายด้วย High Frequency Trading (HFT) การเปิดเผยข้อมูลผู้ลงทุนที่มีพฤติกรรมการส่งคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสม ทุกๆ ท่านได้เห็นความแตกต่างของการขายชอร์ตในแต่ละแบบจากตัวอย่างข้างบนกันไปแล้ว รวมทั้งมาตรการเพิ่มเติมที่นำออกมาใช้ ต่อไปมาดูกันว่าแล้วมูลค่าการขายชอร์ตเปลี่ยนไปอย่างไรกันบ้าง
โดยพบว่ามูลค่าการขายชอร์ตในธุรกรรม SBL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง 7 วันทำการแรกของเดือน ก.ค. 67 ลดเหลือ 10,021 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือน มิ.ย. 67 ที่ 43,672 ล้านบาท ลดลงถึง 77% และคิดเป็นเพียง 9% ของมูลค่าทั้งเดือน มิ.ย. 67
ที่มา: SET ณ วันที่ 9 ก.ค. 67
นอกจากนั้นแล้วยังส่งผลต่อการซื้อขาย Single Stock Futures (SSF) แบบ Block Trade อีกด้วย (SSF Block Trade คือ การซื้อขาย SSF ในปริมาณมากโดยมีบริษัทหลักทรัพย์เข้ามาเป็นคู่สัญญา) เนื่องจากธุรกรรม Short SSF Block Trade บริษัทหลักทรัพย์จะเข้าไปเป็นคู่สัญญาฝั่ง Long ให้กับลูกค้าที่ต้องการเปิดสถานะ Short ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงหากหุ้นอ้างอิงมีการปรับตัวลดลง อันจะส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ขาดทุนได้ ทางบริษัทหลักทรัพย์จะเข้าไปบริหารความเสี่ยงโดยการขายชอร์ตหุ้นอ้างอิงออกมา ซึ่งการขายชอร์ตแบบใหม่มีผลทำให้ธุรกรรมดังกล่าวจะทำได้ยากขึ้นเช่นกัน
มาถึงช่วงท้ายของบทความกันแล้ว โดยบทความนี้หวังว่าจะช่วยให้ทุกๆ ท่านได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการขายชอร์ตแบบ Zero Plus Tick Rule และการขายชอร์ตแบบ Uptick Rule อีกทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับมูลค่าการขายชอร์ตของตลาด รวมทั้งธุรกรรม Short SSF Block Trade นอกจากนี้ผู้เขียนยังหวังว่า มาตรการต่างๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนำมาใช้จะเข้ามาช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้ดัชนีเกิดการฟื้นตัวขึ้นมาได้.
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney