
การรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2567 เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน
โดยเฉพาะกับนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเฝ้าติดตามเสถียรภาพการเมืองไทย นโยบายปัจจัยในเชิงมาตรการ และระบบนิเวศที่เหมาะสม เช่น โครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อเข้ามาปักหมุดลงทุนในระยะยาว ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินที่รัฐบาลต้องการมากที่สุดเพื่อปลุกเศรษฐกิจทั้งระบบ
หลังจากล่าสุดวันนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ แถลงภาวะเศรษฐกิจไทย หรือ GDP ในไตรมาสที่ 2/2567 ว่าขยายตัว 2.3% ซึ่งแม้จะเร่งขึ้นจาก 1.6% ในไตรมาสแรกของไทย
แต่เมื่อเจาะรายละเอียดเพิ่มเติมจะพบว่าตัวเลขดังกล่าวไล่ตามหลังหลายชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน จนอาจเรียกได้ว่าต่ำสุดในอาเซียนก็ว่าได้
โดยเศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นตามการขยายตัวของการส่งออกสินค้าสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของการค้าโลกและภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับการขยายตัวในเกณฑ์ดีของการบริโภคภายในประเทศตามการลดลงของแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่อัตราการขยายตัวของไทยยังแผ่วแรงสู้เพื่อนไม่ได้
ทั้งนี้ จุดบอดสำคัญของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ตามรายละเอียดที่สภาพัฒน์ฯ ชี้แจง หากแต่เป็นปัจจัยการลงทุนภาคเอกชนลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส 6.8% เทียบกับการขยาย 4.6% ในไตรมาสก่อนหน้า
ตามการลดลงของการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือ 8.1% เทียบกับการขยายตัว 4.5% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการลดลงของการลงทุนในหมวดยานพาหนะ 22.5% ต่อเนื่องจากการลดลง 19.5% ในไตรมาสก่อนหน้า
สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัว 0.4% ชะลอลงจากการขยายตัวในเกณฑ์สูง 24.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และการลงทุนในหมวดการก่อสร้างลดลงครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส 2.2% เทียบกับการขยายตัว 5.2% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการลดลงของการก่อสร้างที่อยู่อาศัย 7.4% เทียบกับการขยายตัว 1.6% ในไตรมาสก่อนหน้า
โดยภาวะข้างต้นนั้นสอดคล้องกับการชะลอตัวของสินเชื่อครัวเรือนและมาตรฐานสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับราคาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ลดลงมากถึง 10.4% ทั้งๆ ที่ไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวได้ 3%
ขณะที่การก่อสร้างโรงงานแม้ในไตรมาสที่ 2 จะขยายตัว 20.8% ชะลอลงจาก 35.1% ในไตรมาสก่อนหน้า การปรับตัวลดลงของการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสนี้สอดคล้องกับการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ระดับ 48.0 จากระดับ 48.8 ในไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 รวมครึ่งแรกของปี 2567 การลงทุนภาคเอกชนลดลง 0.9% ตามการลดลงของการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือ 1.3% ขณะที่การลงทุนในหมวดการก่อสร้างขยายตัว 1.2%
ที่มา : สภาพัฒน์ฯ
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney