หวั่น “ไทยขาดดุลการคลัง” เพิ่มขึ้น จากนโยบาย “เงินดิจิทัล” กระทบเครดิต บีบเงินทุนต่างชาติ ไหลออก

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

    หวั่น “ไทยขาดดุลการคลัง” เพิ่มขึ้น จากนโยบาย “เงินดิจิทัล” กระทบเครดิต บีบเงินทุนต่างชาติ ไหลออก

    Date Time: 26 ก.ย. 2566 11:44 น.

    Video

    เทคนิคซื้อบ้านฉบับปี 2026 ซื้อบ้านแบบไหนประหยัดเงินได้มากกว่ากัน? | Money Issue EP.49

    Summary

    พึงระวัง ไทยขาดดุลการคลังเพิ่ม จากนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ที่เริ่มใช้ 1 ก.พ. 67 ขณะสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ หวั่น ในระยะหน้า กระทบเครดิตความน่าเชื่อถือประเทศไทย บีบเงินทุนต่างชาติ ไหลออก

    Latest


    ปรากฏการณ์ 22 วันแรกของเดือนกันยายน ซึ่งมีนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ขายสุทธิกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแตะระดับ 36.32 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนนั้น 

    สะท้อนถึงภาพความกังวลในใจที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพทางการคลังของประเทศไทย ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ กำลังรอคอยความชัดเจนจากนโยบายสำคัญ แจกเงินดิจิทัล หรือดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ที่จะมีการบังคับใช้ 1 ก.พ. 2567 

    โดยล่าสุด จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันนี้ (26 ก.ย.) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งตามรายงานข่าว จะประกอบด้วยหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกด้าน ตั้งแต่กระบวนการทำงาน การใช้จ่ายเงินดิจิทัล กระบวนการตรวจสอบ การป้องกันทุจริตและตรวจสอบ ประเมินผลการทำงาน เพื่อหวังขับเคลื่อนโครงการได้ให้ทันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 

    จากประเด็นดังกล่าว ในมุมของวิจัยกรุงศรี ได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อสถานะการคลัง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยระบุว่า หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2567 ผ่านมาตรการกระตุ้นการบริโภคด้วยนโยบายการแจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทต่อคน ด้วยวงเงินสูงถึง 5.6 แสนล้านบาทนั้น 

    อาจสร้างความกังวล สร้างภาระทางการคลังที่มีแนวโน้มขาดดุลสูงขึ้น กระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังที่เคยเป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับอันดับความน่าเชื่อถือในระยะข้างหน้า 

    ด้านบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทั้ง ฟิทช์ เรตติ้ง และมูดีส์ เตือนว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ อาจทำให้ระดับหนี้สาธารณะของไทยเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้ฐานะการคลังอ่อนแอลง จึงบั่นทอนความเชื่อมั่นและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินทุนไหลออกในระยะนี้ 

    เช่นเดียวกับฝ่ายวิจัยของธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC Global Research) ที่เคยออกมาวิเคราะห์ว่า จากคำมั่นสัญญา การแจกเงินดิจิทัลมูลค่า 10,000 บาท, เพิ่มรายได้ของเกษตรกร 3 เท่า และประกันรายได้ครัวเรือน 20,000 บาท/เดือน คาดว่า การขาดดุลทางการคลังในปีงบประมาณ 67 จะอยู่ที่ 4.4% ซึ่งงอกเพิ่มขึ้นมาจากค่าใช้จ่ายในการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เพิ่มเข้ามา 

    ย้อนไปก่อนหน้า หน่วยงานเศรษฐกิจของไทยได้เห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ประกอบด้วย 

    • รายได้ 2,787,000 ล้านบาท 
    • รายจ่าย 3,480,000 ล้านบาท 
    • ขาดดุล 693,000 ล้านบาท 

    ทั้งนี้ วงเงินที่เพิ่มขึ้นมาจากประมาณการรายได้ที่เพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท จะนำไปใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

    ขณะประมาณการขาดดุลเพิ่มขึ้น 100,000 ล้านบาท จากที่รัฐบาลเดิมทำไว้ ถูกระบุว่า เพื่อรองรับการดำเนินนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเพื่อดำรงสัดส่วนทางการคลังให้เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยรัฐบาลยืนยันว่า การขาดดุลงบประมาณจะไม่กระทบกับกรอบการเงินระยะปานกลางของประเทศ


    Author

    กองบรรณาธิการ

    กองบรรณาธิการ