
การขยับฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายๆ ตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม ปี 2566 โดยพบว่า ดัชนีดังกล่าวขยับมาอยู่ที่ระดับ 55.07 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 และสูงสุดในรอบ 39 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2562
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 50.2 ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำอยู่ที่ 52.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 64.2 โดยรวมปรับดีขึ้นทุกรายการ แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายธนวรรธน์ พลวิชัย ฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่า โดยรวมดัชนีทั้งหมดยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) ซึ่งสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำและรายได้ในอนาคต เพราะกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ทรงตัวในระดับสูง
นอกจากนี้ ยังกังวลปัญหาเศรษฐกิจโลกและภาคการเงินของโลกที่มีความเสี่ยงขึ้น ผลทางจิตวิทยาเชิงลบที่อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้า และท้าทายต่อรายได้ในอนาคตของผู้บริโภค เช่นเดียวกับปัจจัยเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ย หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด อีก 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่วนภาคการส่งออกไทยเดือน เม.ย. ก็หดตัวลง 7.6% โดยผู้บริโภคยังกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีอยู่ แม้ทั่วโลกคลี่คลายลงแล้วก็ตาม รวมไปถึงความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล และเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งอีกด้วย
ส่วนปัจจัยบวกที่สำคัญ หนุนให้ดัชนีผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งที่คึกคัก ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ภายใต้ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 1 ปี 2566 ขยายตัว 2.7% ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินจีดีพีไทยทั้งปี จะเติบโต 3.2% โดยมาจากปัจจัยหนุนภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นหลัก
ปัจจัยสำคัญสูงสุดคือแรงผลักในภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากขึ้น ส่งผลดีให้เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น ขณะ ที่ราคาพืชผลเกษตรหลายรายการปรับเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้เกษตรกรและกำลังซื้อในภูมิภาคดีขึ้น อีกทั้งราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง และเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเป็นปัจจัยหนุน
"ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคเริ่มกลับมาเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นแล้ว แต่ทั้งนี้ ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในเสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงค่าครองชีพที่ยังทรงตัวสูง ทั้งค่าไฟฟ้าและความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว".