จับตาไฮไลต์นโยบายเศรษฐกิจ 8 พรรค ตอบโจทย์ประชาชน "เพิ่มรายได้-แก้จน-ลดค่าครองชีพ"

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จับตาไฮไลต์นโยบายเศรษฐกิจ 8 พรรค ตอบโจทย์ประชาชน "เพิ่มรายได้-แก้จน-ลดค่าครองชีพ"

Date Time: 4 พ.ค. 2566 05:05 น.

Summary

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดงาน “โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง ปี 66 ดีเบต...นโยบายเศรษฐกิจ กับ 9 พรรคการเมือง”

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

วานนี้ (3 พ.ค.) สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดงาน “โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง ปี 66 ดีเบต...นโยบายเศรษฐกิจ กับ 9 พรรคการเมือง”

โดยนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 เรื่อง “ความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง” และให้ตอบคำถามจากโพล ซึ่งการดีเบตครั้งนี้มีตัวแทนมาร่วม 8 พรรค โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วม

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลการสำรวจ พบว่า นโยบายลดค่าครองชีพ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าก๊าซหุงต้ม เป็นนโยบายที่ผู้ถูกสำรวจให้ความสำคัญมากที่สุด ขณะที่นโยบายเติมเงินใส่กระเป๋าประชาชนเป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 2 ตามมาด้วยนโยบายการเพิ่มสวัสดิการเป็นอันดับ 3

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดกลุ่มนโยบายเศรษฐกิจเป็น 8 หัวข้อ และถามว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายใดมากที่สุด พบว่ามี 3 หัวข้อที่ได้รับการตอบรับสูงสุด คือ หัวข้อที่ 1 นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากการสำรวจ พบว่าคนให้ความสำคัญมาเป็นอันดับ 2 จาก 8 ข้อ ประกอบด้วย 1.เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เช่น เพิ่มเป็น 450-600 บาทต่อวัน 2.ขึ้นอัตราเงินเดือน เช่น วุฒิปริญญาตรีเพิ่มเป็น 25,000 บาทต่อเดือน 3.เพิ่มเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ เช่น 1,000-5,000 บาทต่อเดือน หัวข้อที่ 3 นโยบายลดค่าครองชีพ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเป็นนโยบายที่มีเปอร์เซ็นต์ที่ประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุด โดย 3 นโยบายแรกที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.ลดค่าไฟฟ้า 2.ลดราคาน้ำมัน และ 3.ลดราคาก๊าซหุงต้ม ส่วนนโยบายที่ได้รับความสนใจรองลงมา คือ ลดค่าน้ำประปา

ตามมาด้วยหัวข้อที่ 5 นโยบายสวัสดิการ โดยจากการสำรวจพบว่าเป็นอีกกลุ่มนโยบายที่ประชาชนให้ความสำคัญในระดับสูง โดย 3 นโยบายแรกคือ 1.การตรวจสุขภาพฟรี 2.รักษาฟรีทุกโรค บัตรทอง 30 บาทพลัส 3.ให้เงินอุดหนุนค่าปรับปรุงบ้านผู้สูงอายุ ขณะที่นโยบายด้านแรงงาน การแก้ปัญหาหนี้สิน นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ นโยบายภาคเกษตร และนโยบายช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น คนให้ความสำคัญในอันดับรองลงมา

นอกจากนั้น นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นสำคัญที่ประชาชนต้องการถามนักการเมือง คือ นโยบายหาเสียงต่างๆ เอาเงินมาจากไหน เศรษฐกิจจะเติบโตแค่ไหนจะสูญเสียแค่ไหน มีภาระเพิ่มหรือไม่

“ภูมิใจไทย” ชูพักหนี้-พูดได้ทำจริง

นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โพลก็คือโพลตนติดใจค่าแรงขั้นต่ำที่ตัวเลขโพลสูงที่สุดรวมกับค่าแรงในกระเป๋าเป็นความต้องการประชาชนถูกต้องแต่ทำได้ไหม เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ผู้ประกอบการพร้อมไหม บางพรรคบอกขึ้นเป็นวันละ 600-700 บาท ภายในปี 2570 ถ้าเช่นนี้ต้องไปเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบขั้นบันไดเห็นด้วย สองเรื่องเงินในกระเป๋าปฏิเสธไม่ได้ใครก็อยากมีเพิ่มขึ้น แต่พรรคภูมิใจไทยไม่เชื่อเรื่องเอาเงินภาษีไปใช้สุรุ่ยสุร่ายจ่ายโดยไม่คิด

“ทำไมไม่มองสร้างทักษะทำให้ประชาชนที่แข็งแรงไปสู้ในเวทีโลกได้ รีบแก้กฎระเบียบหลายเรื่องที่จำเป็นไม่ต้องคิดไปเพิ่มภาษีเลยในวันนี้ ต้องทำให้เอกชนตัวเบาที่สุด สิ่งสำคัญคือ พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดแย้งกับใคร เราพูดได้ทำจริง และที่ผ่านมาเราสามารถนำนโยบายมาทำให้เกิดขึ้นได้จริงจากการเป็นรัฐบาล”

“เพื่อไทย” ยันฟื้นเศรษฐกิจได้เคยทำมาแล้ว

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับความต้องการของประชาชน ซึ่งปัญหาค่าครองชีพสูงและค่าไฟฟ้าสูงมาจากการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวมากไป ประชาชนจึงต้องการรัฐบาลมาช่วยดูแลให้ และต้องพร้อมเผชิญปัญหาในอนาคต เราต้องเน้นการหารายได้เข้าประเทศจากการส่งออก และสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจน พรรคเราเคยทำมาแล้ว และทำสำเร็จ นอกจากนั้น ยังจะอัปเกรดบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ปรับปรุงคุณภาพโรงพยาบาลรัฐ โดยหากมาตรวจที่โรงพยาบาล ไม่ต้องรอรับยา สามารถรับยาที่ร้านขายยาได้เลย

“ก้าวไกล” รัฐสวัสดิการ-ปากท้องดี-มีงานทำ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นโยบายที่ประชาชนให้ความเร่งด่วน ประกอบด้วยการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และความมั่นคง พรรคก้าวไกลเห็นไม่ต่างกัน โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนมีค่าแรงขั้นต่ำวันละ 450 บาท โดยปรับขึ้นทุกปีให้สอดคล้องการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การลดค่าใช้จ่ายเห็นตรงกับประชาชน หนีไม่พ้นค่าไฟแพง ที่ต้องแก้โครงสร้างราคาไฟฟ้าให้เป็นธรรม ต้องสลับการนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้กับโรงไฟฟ้าจะลดได้ 70 สตางค์ต่อหน่วย

“นโยบายสวัสดิการใช้เงินค่อนข้างมาก แต่เราตรงไปตรงมากับประชาชนว่าเอาเงินมาจากไหน จากการลดโครงการไม่จำเป็น ปรับปรุงประสิทธิภาพจัดเก็บภาษีที่มีรูรั่ว ต้องให้คนมั่งมีมาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข พรรคเราขอรับรองจะใช้ภาษีกับประชาชนอย่างคุ้มค่า และความมั่นคงคือนโยบายสวัสดิการ ที่จะจัดให้วันแรกที่ลืมตาจนวันสุดท้ายของชีวิต”

“ชาติไทยพัฒนา” เน้นรากฐานไม่เน้นประชานิยม

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า นโยบายที่ทุกพรรคออกไป รวมกันน่าจะใช้เงินมากถึง 3 ล้านล้านบาท ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนาไม่เน้นประชานิยม เราเน้นสร้างงานสร้างอาชีพ ให้คนในเศรษฐกิจฐานรากมีรายได้ยั่งยืน ชำระหนี้ได้ เช่น การร่วมกับมหาวิทยาลัยสร้างอาชีพเสริมให้เกษตรกร เอาแค่ 10 ล้านคน ใช้งบ 10,000-20,000 ล้านบาท หรือ 20 ล้านคนใช้ 20,000-30,000 ล้านบาท ไม่ต้องใช้ 500,000 ล้านบาทแบบนโยบายบางพรรค และให้รัฐตั้งกองทุนมาร่วมลงทุนในธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพ เป็นต้น

“ชาติพัฒนากล้า” ยกเว้นภาษีเท่ากับเพิ่มรายได้

นายวรวุฒิ อุ่นใจ พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนาค่อนข้างตรงกับผลสำรวจ ยุคโควิดต้องเก่งหาเงินเข้าประเทศ และปรับโครงสร้างประเทศทั้งโครงสร้างระบบราชการ และโครงสร้างพลังงาน และสู้ให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน ส่วนการขึ้นค่าแรงจะตามมาด้วยเงินเฟ้อ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรับไม่ได้ ทางพรรคจึงมีนโยบายให้คนที่มีเงินเดือน 40,000 บาทลงมาไม่ต้องเสียภาษี ใช้งบแค่ 6,000 ล้านบาท แต่ประชาชนกลุ่มนี้ประหยัดภาษีเดือนละเป็นพันบาท ทำให้ไม่ต้องไปเร่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเร็วนัก

“พลังประชารัฐ” 3 ภารกิจฟื้นเศรษฐกิจ

นายอุตตม สาวนายน กล่าวว่า ต้องทำ 3 ภารกิจ คือเร่งฟื้นเศรษฐกิจจริงๆ ไม่ใช่รอแล้วบอกนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ส่งออกถดถอย มีชุดนโยบายยึดโยงลดค่าครองชีพค่าไฟ น้ำมัน ก๊าซปรับโครงสร้างพลังงานคืนความยุติธรรมให้ประชาชน กลุ่มที่ได้ประโยชน์มากเกินควรต้องแก้ ต้องรื้อทั้งระบบ สองพลิกฟื้นแล้วต้องกระตุ้นเศรษฐกิจขยายตัวให้ได้เต็มศักยภาพ โดยต้องแก้ปัญหาหนี้สินให้เบ็ดเสร็จ ไม่ใช่พักหนี้พักดอก แต่ต้องเติมทุน ต้องทำรัฐสวัสดิการ คนไทยต้องได้รับคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าถึงถูกจุด สามต้องวางรากฐานให้กับอนาคต โดยเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ และทำโครงการลงทุนขนาดใหญ่

“ไทยสร้างไทย” เพิ่มพลังคนตัวเล็ก

นายสุพันธุ์ มงคลสุธีร์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ผลโพลที่ออกมาได้เห็นปัญหารายได้ของคนแย่ลง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องน่าสนใจ วันนี้หนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% แสดงว่าทุกคนเริ่มไม่มีเงินแล้ว จึงมองว่าต้องมีเงินเดือนเพิ่ม ต้องมีรายได้ประจำวันเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคือ นายจ้างจะทำอย่างไร ตอนนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งเป็นนายจ้างรายใหญ่อ่อนยวบลง ไม่สามารถค้าขายได้ กำลังในการจ้างไม่ไหว และหนี้เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญ ต้องมาดูจุดด้อยของเศรษฐกิจตอนนี้ให้ถึงแก่น ทั้งรายได้ไม่ดี ค่าใช้จ่ายสูง และหนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติศาสตร์หนี้ในเครดิตบูโรช่วงโควิดมี 3 ล้านราย รวมมูลหนี้ 400,000 ล้านบาท จึงต้องนำคนกลุ่มนี้เข้ามาในระบบ หลุดจากเครดิตบูโร และกลับมาจ้างงาน สร้างงานได้

“ประชาธิปัตย์” ตอบทุกโจทย์คนไทย

นายเกียรติ สิทธิอมร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณที่ทำผลโพลนี้ออกมาทุกข้อที่กังวลนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ตอบทุกโจทย์ ประการแรกค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน สินค้าแพงกระทบหมด สรุปง่ายๆ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาลจะลดค่าไฟได้หน่วยละ 1-1.50 บาท จากการที่ปิโตรเคมี จ่ายค่าก๊าซเข้าโรงงานถูกกว่าที่เราใช้ในโรงไฟฟ้าครึ่งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้เกลี่ยมาได้ 50,000 ล้านบาทต่อปี ปัญหาที่สองเรื่องหนี้สิน กำไรโรงกลั่นเหลือเชื่อ ลดได้ 2-3 บาทต่อลิตรทันที ส่วนการแก้ปัญหาหนี้สิน มีโครงการธนาคารชุมชนและหมู่บ้านละ 2 ล้านบาท เอาหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบ มีนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวตรวจสุขภาพฟรี เรียนปริญญาตรีฟรี 12 สาขา บริการอินเตอร์เน็ตฟรีทุกหมู่บ้าน 1 ล้านจุด เป็นต้น.

“หมัดต่อหมัด” วัดกึ๋นฟื้นเศรษฐกิจ

ช่วงที่ 2 ของการดีเบต 8 พรรคการเมือง ได้จับสลากคำถาม การฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 คำถามดังนี้

1.การใช้งบประมาณ และลดปัญหาคอร์รัปชัน

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ เพื่อความโปร่งใส จากนั้นพิจารณาว่าข้อมูลใดเปิดเผยได้และไม่ได้ เพื่อให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ เนื่องจากประเทศไทยมีองค์กรอิสระตรวจสอบไม่กี่หน่วยงาน รวมถึงต้องนำระบบปัญญาประดิษฐ์ มาตรวจสอบ ซึ่งพรรคได้เขียนโค้ดไว้หมดแล้ว รอเพียงกรมบัญชีกลางเปิดเผยข้อมูลย้อนหลัง เพื่อตรวจสอบและติดระบบไว้ กรณีส่อทุจริต

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุด จะได้เปรียบเทียบข้อมูลจะได้รู้ ยกตัวอย่างนิวยอร์ก จัดเก็บภาษีอาคารต่างๆ เปิดเผยข้อมูลว่าเสียภาษีเท่าใด ต่างจากกรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหา เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ที่นายกรัฐมนตรี ก็เคยเข้าคุก เพราะกฎหมายคอร์รัปชันที่เข้มงวด ต้องเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง ให้ต่างชาติ เข้าร่วมประมูล ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับสูง เพราะปัญหาคอร์รัปชัน เป็นเรื่องใหญ่

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า คอร์รัปชัน เป็นปัญหาเรื้อรัง ทำให้การใช้งบเป็นไปอย่างสิ้นเปลือง ไม่มีประสิทธิภาพ ผู้นำ ผู้บริหาร ต้องจริงจัง ไม่ใช่ผู้นำไม่ทำ แต่ญาติพี่น้องทำ ต้องไม่เป็นแบบนี้ และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หน่วยงานราชการมีข้อมูลเชื่อมกันอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบได้

2.การเพิ่มขีดความสามารถภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ เฉพาะหน้าเร่งด่วน

นายวรวุฒิ อุ่นใจ พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า จะเข้าไปทำทันที ในเรื่องโครงสร้างพลังงาน รวมถึงยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร รื้อระบบสินเชื่อ ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ต้องดึงแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทยไปใช้ในต่างประเทศ ยุคดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชั่น ที่ต้องปรับเปลี่ยนรวดเร็ว รัฐบาลต้องใช้อีกัฟเวอร์เมนต์ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะข้อมูลภาครัฐ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน

นายเกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องปรับหลักคิดใหม่ ปรับกลไกตรวจสอบ ต้องลงทุนการวิจัยและพัฒนา พรรคมีนโยบาย จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา R&D โดยมีเป้าหมายต้องมีการลงทุน 3% ของมูลค่าอัตราการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ในอีก 4 ปีข้างหน้า ส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจนวัตกรรม, ไบโอฟู้ดเน้นการเพิ่มมูลค่า เช่น ชาวนาไม่ขายข้าวเป็นกระสอบอีกต่อไป

3.ลดความเหลื่อมล้ำรวยกระจุก จนกระจาย

นายอุตตม สาวนายน พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ต้องมองภาพรวมการพัฒนาประเทศ อยู่ในจุดพลิกผันที่จะสร้างประเทศไทย สร้างสังคมไทยที่มีการได้ผลประโยชน์ จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ยั่งยืน คนไทยมีความมั่นคงในชีวิต มีรัฐสวัสดิการเหมาะสม สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยมีนโยบายให้ทุนเกษตรกร 30,000 บาทต่อครัวเรือน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ต้องปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุน การดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล เพราะใช้เวลาลงทุนไม่เกิน 1 ปี ก็สามารถดึงดูดเม็ดเงินได้แล้ว ขณะที่เทคโนโลยี 5 จีจะช่วยแก้ไขปัญหาหลายๆอย่างได้ ประเทศไทยต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ รัฐบาลและผู้นำคนใหม่ ต้องเป็นเซลล์แมน ไปค้าขายกับต่างประเทศ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ