
คมนาคม ผ่อนผันกฎหมายห้ามล่วงล้ำลำน้ำ เหตุกระทบผู้เลี้ยงปลากว่าแสนรายทั่วประเทศ โดยเลื่อนการบังคับใช้จนกว่าจะแก้กฎหมายให้สอดคล้องวิถีชีวิตประชาชนริมคลอง...
วันที่ 21 มิ.ย. 60 นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผย ภายหลังหารือร่วมกับสมาพันธ์กลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง 5 ภาค ที่มาเรียกร้องขอให้กระทรวงคมนาคมผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายให้ผู้เลี้ยงปลาในกระชังสามารถเลี้ยงปลาในลำน้ำ ลำคลอง แม่น้ำทั่วประเทศได้ว่า การมาเรียกร้องเนื่องจากเกษตรกรกว่า 100,000 ราย ที่เลี้ยงปลากระชังในลำน้ำคลอง แม่น้ำเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศของกรมเจ้าท่า (จท.) ที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560 เพิ่มโทษผู้ที่ล่วงล้ำลำน้ำ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 60 โดยมีค่าปรับที่ 500-10,000 บาท หรือจำคุกนั้น ทางคมนาคมเห็นควรที่จะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปก่อน จนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประชาชนริมลำคลองและแม่น้ำ
สำหรับประเด็นข้อเรียกร้องที่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังต้องการให้กระทรวงคมนาคมและรัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขใน 3 ประเด็น คือ 1.ขอให้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 มิ.ย.60 ออกไปก่อน 2.ให้พิจารณายกเว้นค่าปรับและโทษผู้ที่เลี้ยงปลาในกระชัง เนื่องจากในกฎหมายหากตรวจพบเกษตรกร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับโดยคำนวณตามพื้นที่ของอาคารหรือสิ่งอื่นใดในตารางเมตรละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท 3.การยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมรายปี หรือให้ลดราคา เนื่องจากเกษตรกรมองว่าราคาที่จะจัดเก็บมีอัตราสูงไป โดยราคาที่จัดเก็บที่ 50 บาท/ตารางเมตร/ปี
นายเมธี อำไพพิศ ผู้ประสานงานสมาพันธ์กลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง 5 ภาค กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงปลาในกระชัง 5 ภาค ทั่วประเทศกว่า 100,000 ราย และเป็นผู้ที่เลี้ยงปลาวิถีชีวิตตามลำน้ำ ลำคลอง แม่น้ำ แต่เมื่อกรมเจ้าท่าออก พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย เพื่อป้องกันปัญหาการรุกล้ำลำน้ำ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำ และการเดินเรือออกมา ได้ส่งผลกระทบอย่างมากกับเกษตรกร แต่ยืนยันว่ากระชังเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ไม่ถาวร ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลผ่อนผันกฎหมายระเบียบข้อบังคับออกไปก่อน
อย่างไรก็ตามภายใน 1-2 สัปดาห์ ทางสมาพันธ์จะเข้ามาสอบถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ จากกระทรวงอีกครั้ง ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงปลาในกระชังเฉลี่ยรายละ 5-500 ตารางเมตร พบปลาส่วนใหญ่ที่เลี้ยงจะเป็นปลาน้ำจืด ปลานิล ปลาทับทิม เป็นต้น
ซึ่งเกษตรกรจะเป็นผู้ที่อาศัยตามถิ่นนั้นเพื่อเลี้ยงชีพ และกฎหมายมีผลบังคับใช้ต้องจ่ายค่าปรับที่ 50 บาท/ตร.ม. เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังจะเสียค่าปรับเฉลี่ยที่ 250-25,000 บาท/ตารางเมตร แล้วแต่ว่าใครมีพื้นที่เลี้ยงมากน้อยเท่าไร จากก่อนหน้าไม่เคยเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
ส่วน พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค.60 ที่ผ่านมา และมีผลใช้บังคับในวันที่ 23 ก.พ. โดยสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมการปลูกสร้างอาคาร หรือสิ่งอื่นใดลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล ชายหาดสาธารณประโยชน์ เพื่อประโยชน์ในการรักษาลำน้ำสำหรับการพาณิชยนาวี การเกษตรกรรม และการป้องกันอุทกภัย ซึ่งในเนื้อหาระบุว่าหากฝ่าฝืนการปลูกสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ และไม่แจ้งภายในกำหนด 22 มิ.ย. 60 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับโดยคำนวณตามพื้นที่ของอาคารหรือสิ่งอื่นใดในตารางเมตรละ 1,000 บาท แต่ไมเกิน 20,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำต้องแจ้งต่อกรมเจ้าท่า หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่สิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ตามช่องทางหรือวิธีการที่กำหนดภายในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ หลังจากนั้น จนท.จะแจ้งให้ทราบว่าการออกใบอนุญาตให้ได้ หรือให้ทำการรื้อถอนภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง.