
น.ส.จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวภายในงาน “GrabNEXT 2026” ภายใต้แนวคิด “The TASTE of THAI: เสริมสร้างเสน่ห์ไทย สู่มิติใหม่ที่ดีกว่า” ว่า แกร็บในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 54 ล้านคนใน 8 ประเทศ มุ่งมั่นที่จะใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางเชื่อมโยงคนจากทั่วโลกให้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ผ่านอาหารด้วยบริการฟู้ดดิลิเวอรี รวมทั้งการให้บริการนักท่องเที่ยวผ่านบริการเรียกรถรับ-ส่ง
ส่วนทิศทางการเติบโตอย่างแกร็บ ประเทศไทยในปี 2570 นั้นยังคงต้องทำการเติบโตให้ได้ แม้จะมีความท้าทายอยู่มากในปีหน้า ตั้งแต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบธุรกิจของแกร็บ ซึ่งให้บริการขนส่งรวมทั้งความผันผวนในการเมืองโลก ซึ่งกระทบเที่ยวบินและการท่องเที่ยว เนื่องจากลูกค้าของแกร็บ ประเทศไทยราว 20% เป็นนักท่องเที่ียว ส่วนเรื่องกำลังซื้อซบเซานั้น แกร็บยังมองบวกว่าน่าจะไม่กระทบนัก เนื่องจากแกร็บยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่มาก ในธุรกิจเรียกรถรับ-ส่งมีส่วนแบ่งราว 10% ขณะที่ในธุรกิจอาหารมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาทนั้น เป็นมูลค่าตลาดบริการส่งอาหารราว 160,000 -170,000 ล้านบาทหรือ 20% ยังเหลือช่องว่างให้เติบโตได้อีก นอกจากนั้นลูกค้าส่วนใหญ่ของแกร็บ ยังเป็นลูกค้าระดับกลางถึงบน ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่าใดนัก
น.ส.จันต์สุดา ยังกล่าวถึงการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งกำลังเกิดขึ้นทั่วโลกว่า ในฐานะแพลตฟอร์ม เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจยิ่ง โดยบริษัทแม่ (แกร็บ สิงคโปร์) ได้เพิ่มความระมัดระวังและการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้นอย่างชัดเจน รวมทั้งยังสั่งระงับการเปิดให้บริการที่อาจมีความเสี่ยงไว้ก่อน แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นบริการใดบ้าง
ทั้งนี้ภายในงาน “GrabNEXT 2026” ภายใต้แนวคิด “The TASTE of THAI: เสริมสร้างเสน่ห์ไทย สู่มิติใหม่ที่ดีกว่า” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี มีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน และมี “น้องเกล - ด.ญ.แอบิเกล” พรีเซ็นเตอร์แกร็บมาช่วยสร้างสีสัน
โดยภายใต้กลยุทธ์ T.A.S.T.E แกร็บมุ่งใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการนำเสน่ห์และทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยผ่าน 5 มิติหลัก อันได้แก่
T - Travel พาผู้คนไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทยผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดย 5 จุดหมายยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ ปราสาทสัจธรรม เมืองโบราณสมุทรปราการ และพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน
A - Awake สัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านเทศกาล ศิลปะร่วมสมัย และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า ช่วงสงกรานต์มียอดเรียกรถจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ยอดเรียกรถไป-กลับ “สนามมวยเวทีราชดำเนิน” เติบโตขึ้น 2 เท่า
S - Support สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พาสินค้าชุมชนไปสู่มือผู้คนในวงกว้าง โดยจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า “เครื่องหอมไทย” อาทิ เทียนหอม ยาดม และก้านไม้หอม มียอดขายบน GrabMart มากถึง 250,000 ชิ้น
T - Transform ขยายโอกาสให้กับแบรนด์ไทยโตไกลในระดับภูมิภาค โดยใช้พลังเครือข่ายของการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น การร่วมส่งเสริมให้แบรนด์ “Emily's” ไปเปิดตลาดในประเทศสิงคโปร์
E - Elevate เชิดชูอาหารไทยทั่วทุกภาค พร้อมยกระดับมาตรฐานให้เป็นที่รักของคนทั่วโลก เช่น การร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมในการสนับสนุนร้านอาหารภายใต้โครงการ “The Lost Taste” เพื่อค้นหา ฟื้นฟู และเชิดชูรสชาติที่กำลังจะหายไป