
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนางอุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยและคณะผู้บริหารสมาคม ว่า ธุรกิจบริการการศึกษานานาชาติของไทยมีมาตรฐานสูงและมีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง และยังเชื่อมโยงกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ที่พักอาศัย อาหาร การท่องเที่ยว และบริการต่างๆ ดังนั้นการดึงดูดนักเรียนและครอบครัวจากต่างประเทศให้เข้ามาพำนักในไทย จึงเป็นโอกาสเพิ่มการใช้จ่าย สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจเติบโตและภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะมีทรัพยากรนำไปสนับสนุนประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้มากขึ้น
“กระทรวงพาณิชย์ พร้อมใช้กลไกของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สนับสนุนการขยายตลาดบริการการศึกษา ส่งเสริมการค้าและการจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ ตลอดจนใช้เวทีการประชุมและกิจกรรมนานาชาติที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ธุรกิจบริการการศึกษาไทยแก่กลุ่มเป้าหมายจากต่างประเทศ เพื่อขยายเครือข่ายและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาดโลก สร้างรายได้ให้ประเทศ สร้างโอกาสทางสังคม”
ด้านนางอุษา กล่าวว่า ปัจจุบันสมาคมมีโรงเรียนสมาชิก 207 แห่ง และมีนักเรียนรวม 89,000 คน โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักเรียนเป็น 120,000 คนภายใน 4 ปี พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติของภูมิภาค และขยายตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเมียนมา เป็นต้น