หนี้คนไทยยังสูง! BAM ปรับวิธีจัดการ NPA ค้างสต๊อก เน้นคัดของดีเติมพอร์ต-เปิด JVAMC กับแบงก์ใหญ่

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หนี้คนไทยยังสูง! BAM ปรับวิธีจัดการ NPA ค้างสต๊อก เน้นคัดของดีเติมพอร์ต-เปิด JVAMC กับแบงก์ใหญ่

Date Time: 1 พ.ย. 2569 08:00 น.

Video

น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา มีรถน้ำมันและรถไฟฟ้าจมอยู่ใต้มวลน้ำ ถ้าต้องเคลมประกันจะได้เท่าไร? I Money Issue

“Summary“

BAM คาดการณ์หนี้ครัวเรือนไทยจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 โดยกลุ่มธุรกิจ SME เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดเนื่องจากปรับตัวได้ยาก

  • BAM วางแผนลงทุนซื้อหนี้เสียมูลค่ารวม 20,000-30,000 ล้านบาทในปี 2570 โดยเน้นคัดเลือกทรัพย์สินที่มีศักยภาพสูง เช่น โรงแรมและออฟฟิศ เพื่อเร่งการหมุนเวียนทรัพย์สิน
  • เดินหน้ากลยุทธ์ JV AMC ร่วมกับธนาคารพาณิชย์และแบงก์รัฐ โดยตั้งเป้ามีบริษัทร่วมทุนรวม 5 แห่งภายในปี 2570 เพื่อช่วยระบายทรัพย์สินรอการขายและสร้างกำไรสุทธิ
  • ไตรมาส 4 ปี 2569 ตั้งเป้าสร้างกระแสเงินสด 250 ล้านบาท ผ่าน 3 แคมเปญหลัก ได้แก่ เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ, การประมูลทรัพย์ชิ้นใหญ่ และโครงการแลกทรัพย์ปิดหนี้
  • โครงการ Sandbox 'แลกทรัพย์ปิดหนี้' นำร่อง 50 รายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่มีมูลค่าทรัพย์เกินมูลค่าหนี้สามารถนำทรัพย์มาปลดภาระหนี้ได้

เศรษฐกิจไทยปี 2569 แม้ GDP มีท่าทีจะปรับเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเพราะการส่งออก และการปรับนิยามตัวเลขต่างๆ แต่ชีวิตคนไทยยังอยู่บนความเสี่ยงหลายด้านที่อาจกระทบต่อหนี้ครัวเรือนไทยให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งหากเกิด Shock ขึ้นหนี้เสีย (NPL) ก็อาจเพิ่มขึ้นไปด้วย

ดังนั้นหนึ่งในกลไกจัดการหนี้อย่าง บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) จะมีแผนธุรกิจเพื่อชะลอหรือลดความรุนแรงของปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยอย่างไร

ท่ามกลางปัญหาหนี้ NPL ในไทยทั้งระบบที่มีอยู่หลักแสนล้านบาท ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เล่าว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ระดับสูงอาจลากยาวไปถึงปี 2570 ส่วนหนึ่งเพราะด้านสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่เห็นทางออก ประชาชนบางส่วนอาจได้รับผลกระทบและรายได้ลดลงและเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสีย

ทั้งนี้ กลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือ SME เพราะยังปรับตัวได้ยาก จากการมีภาระค่าใช้จ่าย หรือมีต้นทุนสูงในการปรับตัวต่างจากรายย่อยที่เปลี่ยนอาชีพได้ทันที แต่ธุรกิจ SME หากสะดุดแล้วไม่สามารถเปลี่ยนสายธุรกิจได้ชั่วข้ามคืน จึงมีความเสี่ยงสูงสุดในสถานการณ์ปัจจุบัน

ในส่วนของ BAM ยังตั้งเป้าหมายจัดการหนี้เสียในระบบผ่านการบริหารทรัพย์สิน โดยการซื้อหนี้เสียที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันและมาบริหารจัดการให้ดีที่สุด โดยคาดว่าจะมีระดับการสต๊อกทรัพย์สินเฉลี่ยประมาณ 24,000 ชิ้น บางปีอาจซื้อมากกว่าปกติหากมีการขายทรัพย์ออกได้มาก ส่วนในไตรมาส 4 ปี 2569 BAM จะเตรียมงบราว 1,000 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้ชิ้นใหญ่ 4-5 ทรัพย์ (คาดมูลค่าหนี้รวมราว 4,000 ล้านบาท) ส่วนปี 2570 คาดว่าจะเตรียมเงินลงทุนราว 7,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นมูลค่าหนี้รวมราว 20,000-30,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ BAM ทำให้การหมุนเวียนของทรัพย์เร็วขึ้น จากเดิมที่ซื้อทรัพย์ซื้อหนี้เข้ามาแล้วใช้เวลาหลักสิบปีเพื่อขายทรัพย์ออก แม้จะมีกำไรแต่ระยะเวลาที่ยาวนานทำให้กำไรบางลง กลยุทธ์หลักของปีนี้จะคัดหนี้ที่มีทรัพย์ซึ่งนักลงทุนและผู้ซื้อต้องการมากขึ้น เช่น โรงแรม, ออฟฟิศ ฯลฯ (จากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นโรงสี) โดย BAM จะเน้นซื้อทรัพย์ขนาดใหญ่ ขณะที่จะมีบริษัทย่อยมาซื้อหนี้ที่มูลค่าเล็กลงมา (ต่ำกว่า 30 ล้านบาทลงมา)

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการซื้อทรัพย์ไปบริหาร โดย BAM จะประมูลมาเป็นลอตใหญ่และเปิดขาย เปิดประมูลให้กับนักลงทุนที่สนใจซื้อทรัพย์ไป และภายในปี 2570 จะมีบริษัทร่วมทุนเป็นลักษณะ JV AMC รวมแล้ว 5 บริษัท โดยจะมีความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย และแบงก์รัฐ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทที่เปิดดำเนินการแล้วคือ

  • บริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทยและ BAM คาดว่าปี 2569 จะมีกำไรราว 100 ล้านบาท
  • บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสินและ BAM คาดว่าปี 2569 จะมีกำไรราว 200 ล้านบาท

จากความร่วมมือ JV AMC นอกจากจะช่วยระบายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในระบบให้ออกไปเร็วขึ้น ยังเป็นกลยุทธ์ที่ BAM จะหันมาเน้นการสร้างรายได้ที่เน้นกำไรสุทธิ จากเดิมที่ต้องรอผลเรียกเก็บเป็นหลัก

สุดท้ายนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2569 BAM ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างกระแสเงินสด 250 ล้านบาทผ่านการขับเคลื่อน 3 แคมเปญหลัก ได้แก่

  • เจาะกลุ่มต่างชาติ ที่ต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองสะดวกสบายในการเดินทาง ส่วนใหญ่จะสนใจทรัพย์ราคาต่ำกว่า 15 ล้านบาท ขณะนี้มีต่างชาติติดต่อให้ความสนใจแล้ว
  • ประมูลทรัพย์ชิ้นใหญ่ เปิดประมูลทรัพย์สินโดยพุ่งเป้าไปที่ฐานลูกค้าระดับบน หรือกลุ่มนักลงทุนที่มีทรัพย์สินระดับพันล้านบาท ให้เข้ามาแข่งขันประมูลทรัพย์ศักยภาพสูง
  • แลกทรัพย์ปิดหนี้ นำร่องโครงการ Sandbox แลกทรัพย์ปิดหนี้ราว 50 ราย ในเดือน พ.ย. 2569 เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่มีมูลค่าทรัพย์เกินมูลค่าหนี้ นำทรัพย์มาแลกเพื่อปลดภาระ




ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ