3 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อโซลาร์ 1.2 แสนล้าน กู้ง่ายไม่ต้องใช้หลักประกัน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

3 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อโซลาร์ 1.2 แสนล้าน กู้ง่ายไม่ต้องใช้หลักประกัน

Date Time: 29 ต.ค. 2569 06:39 น.

Video

ยุคนี้เงินหายากแค่ไหน? แล้วคนตัวเล็กอย่างเรา จะเริ่ม "เงินต่อเงิน" ยังไงดี? | Money Issue

“Summary“

แบงก์รัฐอัด 1.2 แสนล้าน ปล่อยกู้โซลาร์ ดอกเบี้ย 2.5% ผ่อน 7 ปี รัฐหนุน 1 ล้านครัวเรือน ติดตั้งโซลาร์หลังคา รับเงินสนับสนุน 5 หมื่นบาทต่อราย นำโดยออมสิน, ธ.ก.ส. และธอส. ร่วมปล่อยสินเชื่อ ไม่ต้องใช้หลักประกัน คาดช่วยลดค่าไฟระยะยาว

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยภาครัฐจะสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชน 1 ล้านครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาทนั้น โดยมอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐ 3 แห่งปล่อยสินเชื่อ โดยธนาคารออมสิน เตรียมกรอบวงเงินไว้ 50,000 ล้านบาท ธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 25,000 ล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 45,000 ล้านบาท เพื่อร่วมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ผ่อนชำระเป็นเวลา 7 ปี


โดยนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสิน ได้เตรียมกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมปล่อยสินเชื่อโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล โดยไม่ต้องใช้หลักประกันสินเชื่อ และหากประชาชนมีความต้องการเพิ่ม ธนาคารออมสิน สามารถเพิ่มกรอบวงเงินปล่อยสินเชื่อได้ เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินแก่ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน


ทั้งนี้ สินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ให้กู้ครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์ ทั้งติดตั้งใหม่และเพิ่มเติม ได้แก่ แผงโซลาร์ เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter) และกรณีมีแบตเตอรี่ ยกตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายติดตั้งรวม 140,000 บาท หักเงินสนับสนุน 50,000 บาท จะเหลือวงเงินกู้ 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟคืนให้กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะนำมาผ่อนชำระเงินกู้ก่อน โดยประชาชนสามารถยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันนี้-30 ก.ค.2570


นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ธอส. ได้เตรียมวงเงินไว้ 45,000 ล้านบาท ไว้รองรับการปล่อยสินเชื่อโครงการโซลาร์ประชาชน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดของรัฐบาล สามารถยื่นกู้ได้ถึง 31 ส.ค.2570 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งโซลาร์ประชาชน ขนาด 5-10 กิโลวัตต์ (kW) จะผ่อนชำระเงินงวดเพียงเดือนละ 1,200 บาท หากมีการขายไฟคืนให้กับ กฟน. และ กฟภ. สามารถนำเงินที่ได้รับจากการขายไฟคืนนั้น มาเป็นเงินผ่อนชำระค่างวดได้


ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการโซลาร์ประชาชน ธอส. มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อไว้รองรับ อาทิ 1. สินเชื่อบ้านหลังคาโซลาร์รูฟท็อป เพื่อซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมติดตั้ง ดอกเบี้ย 0.99-2.99% ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 3,600 บาท และกรณีกู้ติดตั้งโซลาร์ วงเงิน 300,000 บาท เริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,100 บาท และ 2. สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก ดอกเบี้ย 1% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวด 2,900 บาท ส่วนวงเงิน 200,000 บาทถัดมา ดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเดือนละ 3,600 บาท


นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส. พร้อมปล่อยสินเชื่อโครงการโซลาร์ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล โดยเกษตรกรที่จะขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้: เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ เป็นผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ผ่านการตรวจสอบรับรองจาก กฟน. และ กฟภ. แล้ว โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2570


ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อสงสัยโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ยืนยันโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ไม่ได้เอื้อเอกชนรายใหญ่ โดยประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ติดตั้งเอง ขณะที่หลักประกัน 50,000 บาท มีไว้คุ้มครองผู้ใช้บริการและจะคืนทันทีหลังติดตั้งเสร็จและผ่านการตรวจรับ ส่วนเงินประกัน 10,000 บาท ใช้เป็นหลักประกันดูแลระบบหลังการขาย 7 ปี ก่อนคืนให้ผู้ประกอบการครบสัญญา


ปัจจุบันมีผู้ยื่นเข้าร่วมโครงการแล้ว 56,000 ครัวเรือน แบ่งเป็น PEA 44,000 ราย และ MEA 12,000 ราย พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ 2.5% นาน 7 ปี ผ่อนราว 1,200 บาทต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และสามารถขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้าได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย โดย PEA และ MEA ยืนยันมีระบบคัดกรองผู้ติดตั้งและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของประชาชน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ