
ลุ้น ครม. เคาะหั่นภาษีน้ำมัน B20 และ E20 “เอกนิติ” ชี้พยุงราคาแบบเดิมสร้างภาระหนี้ ชงอัดฉีดเงินกู้ตรงเป้า ผ่าน “โซลาร์ภาคประชาชน” 1 ล้านสิทธิ์ รัฐช่วยจ่าย 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 ต.ค.69 ซึ่งจะพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ว่า หาก ครม. มีมติเห็นชอบก็จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาเพื่อพิจารณาลดราคาน้ำมันนั้น มีหลายประเภท รวมถึงกลุ่มแก๊สโซฮอล์ E20 ด้วย
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า นโยบายหลักของรัฐบาล คือการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานชีวภาพ ทั้งไบโอดีเซล (B20) คือ น้ำมันดีเซลผสมน้ำมันปาล์ม และแก๊สโซฮอล์ E20 คือ น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล เพื่อสร้างความแตกต่างทางราคากับดีเซลนำเข้า สำหรับการลดภาษีในกลุ่มนี้จะส่งผลบวกโดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ที่จะมีการใช้เพิ่มขึ้น
“ปัจจุบันไทยนำเข้าพลังงานสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ การพึ่งพาต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงท่ามกลางสภาวะสงครามที่ยืดเยื้อ ทำให้ประเทศขาดดุลการค้าอย่างหนัก การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน จึงต้องพึ่งพาตนเองผ่านผลผลิตทางการเกษตร และผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) เพื่อลดนำเข้าก๊าซธรรมชาติ”
ส่วนกรณีที่กระทรวงพลังงานต้องการให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพิ่ม หลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่าแสนล้านบาทนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า เครื่องมือดูแลประชาชนมีทั้งกองทุนน้ำมันฯ และภาษีสรรพสามิต ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นกระเป๋าซ้าย และกระเป๋าขวา จึงต้องบูรณาการร่วมกัน “วันนี้ประเทศไทยขาดดุล การลดภาษีสรรพสามิตก็ทำให้ขาดดุลมากขึ้น รายได้ก็หายไป ต้องไปกู้เงินมากขึ้น แต่เอาเงินกู้มาให้ประชาชนดีกว่า ผมว่าตรงเป้ามากขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งจะเข้า ครม.วันที่ 27 ต.ค.นี้”
สำหรับโครงการดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เสนอและผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้แล้ว เดิมทีมุ่งเน้นเฉพาะโซลาร์รูฟท็อป แต่คณะกรรมการฯ ได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นดิน รวมถึงโซลาร์ลอยน้ำในแหล่งน้ำหรือบ่อน้ำของประชาชนด้วย โดยรัฐบาลจะอุดหนุนเงินตรงให้ครัวเรือนละ 50,000 บาท นำร่อง 1 ล้านสิทธิ์ พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ยังอนุมัติงบเงินกู้อีกส่วนให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นำไปเปลี่ยนเป็นมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฟรี เพื่อรองรับการคำนวณจ่ายไฟเข้าสายส่งโดยที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้จัดแพ็กเกจรองรับครบวงจร ได้แก่ 1.กลุ่มไม่มีเงินก้อนล่วงหน้า ประสาน ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำมาลงทุนติดตั้ง และนำรายได้จากการขายไฟคืนให้การไฟฟ้ามาผ่อนชำระเงินกู้ 2.กลุ่มที่มีเงินลงทุน รัฐบาลจะร่วมจ่ายสมทบให้ทันที 50,000 บาท 3.กลุ่มที่ไม่ประสงค์ขอรับเงินกู้หรือเงินอุดหนุน โดยเตรียมให้นำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งโซลาร์มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาโครงการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอขอปรับปรุงและยกระดับระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Grid Upgrade) ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีเสถียรภาพ รองรับการผลิตและจ่ายพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน