รถไฟเชื่อม 3 สนามบินไปไม่รอด!

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

รถไฟเชื่อม 3 สนามบินไปไม่รอด!

Date Time: 27 ต.ค. 2569 06:30 น.

Video

AI Agent กับ Tokenization ทำงานร่วมกันยังไง? | Digital Frontiers EP.79

“Summary“

“อนุทิน” สั่งหาข้อยุติรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ขณะที่ “เลขาฯ EEC” ยอมรับถึงทางตัน แบงก์เมินปล่อยกู้ เตรียมชงบอร์ดนัดหน้าหาทางออกยุติสัญญาเดิม พร้อมรื้อสเปกเป็นรถไฟความเร็วปานกลาง

Latest


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ. หรือ บอร์ด EEC) ว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีวาระพิจารณาเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่ตนได้ย้ำว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญา และขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังต้องปฏิบัติตามสัญญาอยู่ หากมีข้อขัดแย้ง หาข้อสรุปไม่ได้ ก็ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อยุติปัญหา

ด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมให้เพิ่มความถี่ในการประชุมบอร์ด EEC ให้บ่อยขึ้น พร้อมสั่งการให้เตรียมนำประเด็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมาหารือ และติดตามแนวทางแก้ไขในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งโครงการนี้ที่เป็นสัญญาร่วมลงทุน (PPP) แบบเดิมไปต่อได้ยากมากแล้ว เพราะสถาบันการเงินประเมินว่า โครงการไม่คุ้มค่าทางการเงิน จึงไม่ปล่อยกู้ แม้อัยการจะตรวจร่างแก้ไขสัญญาเสนอมาแล้วก็ตาม ประกอบกับ ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เริ่มยื่นฟ้องดำเนินคดีเรื่องค่าสิทธิ์ Airport Rail Link ที่ค้างชำระหมื่นกว่าล้านบาท เพื่อป้องกันการขาดอายุความ ในขณะที่เอกชนคู่สัญญายื่นหนังสือขอสิ้นสุดสัญญา แต่ รฟท. ยังไม่รับใช้สิทธิ์ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติข้อพิพาท

“โครงการคงไปต่อยากแล้ว เพราะไม่คุ้มค่าทางการเงิน ถ้าไปต่อไม่ได้ ก็ต้องหยุด เพื่อไปหาโปรเจกต์ที่ทำต่อได้ สถานะทางกฎหมายปัจจุบัน ยังไม่ได้หย่ากัน จะหาแฟนใหม่ก็หาว่านอกใจอีก หากกระบวนการยกเลิกสัญญาเดิมเป็นทางการแล้ว EEC ก็พร้อมเสนอทางเลือกใหม่ เช่น ปรับลดความเร็วจาก 250 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง เหลือประมาณ 160 กม.ต่อชั่วโมง เป็นระบบรถไฟทางคู่ แต่ EEC ยืนยันหลักการสำคัญว่า ยังไงก็ตาม รถไฟถึงอู่ตะเภาต้องมี อาจขยายโครงข่ายเส้นทางยาวต่อเนื่องไปถึงจังหวัดระยอง เพื่อรองรับการเดินทางและการเติบโตของภาคตะวันออก”

ส่วนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มีการปรับลดขนาดการสร้างอาคารผู้โดยสารระยะแรกเหลือรองรับ 3 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 12 ล้านคนต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับผู้โดยสารจริงในปัจจุบันที่มีเพียงหลักแสนคน โดยเอกชนจะเน้นนำงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่เมืองการบิน เพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจก่อน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ