
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) หรือ “โอลิมปิกทางการเงิน” กว่าจะได้รับคำชมในวันนี้...กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมการมาเป็นเวลากว่า 3 ปี ต้องขอบคุณผู้ทำงาน “มดงาน” เบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคน
ถึงแม้การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) หรือ “โอลิมปิกทางการเงิน” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะปิดฉากไปแล้ว 1 สัปดาห์ แต่เสียงชื่นชมยังคงอยู่ว่าประเทศไทยได้ทำหน้าที่เจ้าภาพยอดเยี่ยม!!
กว่าจะได้รับคำชมในวันนี้...กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมการมาเป็นเวลากว่า 3 ปี ต้องขอบคุณผู้ทำงาน “มดงาน” เบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคน
การทำงานเบื้องหลังเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งหมด กระทรวงการคลัง ได้แบ่งความรับผิดชอบไปยังหน่วยงานในสังกัดแต่ละกรม เช่น กรมธนารักษ์ ดูแลสถานที่ กรมสรรพสามิต ดูแลเรื่องรถยนต์ ที่อำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุม, กรมศุลกากร รอต้อนรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่ก้าวแรกเข้าประเทศไทย จนเดินทางกลับประเทศ รวมถึงกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร ก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน
ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกันทำงานอย่างแข็งขัน แม้จะมีความเห็นแตกต่างกัน และบางครั้งจะโยนงานออกจากตัวเองว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบ แต่สุดท้ายต้องร่วมกันทำงานเช่นเดิม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเป็นตัวหลัก-ตัวยืนในการจัดประชุมครั้งนี้
รวมถึงการรับสมัครอาสาสมัครทั้งข้าราชการในหน่วยงานสังกัด นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เจ้าหน้าที่ประจำบูธ เจ้าหน้าที่ห้องประจำ แม่บ้านทำความสะอาดบริเวณงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กว่า 15,000 คน ซึ่งยังไม่นับรวมกลุ่มผู้รับเหมาติดตั้ง ขนย้าย รื้อถอน งานอีกหลายพันคน
และยังมีชุมชนมากกว่า 37 ชุมชน 21 จังหวัด มีส่วนร่วมในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากได้มีการเฟ้นหาผ้าไทย ผ้าขาวม้า มาตกแต่ง และแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมประชุม สร้างความประทับใจอย่างมาก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ กลุ่มคนที่ถือเป็นมดงาน ทำงานด้วย “รอยยิ้มสยาม” ซึ่งทุกองค์ประกอบของการจัดงานครั้งนี้ และคนไทยทุกคนได้มีส่วนร่วมเขียนและบันทึกประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย “ทำได้ ทำถึง” และขอให้เก็บความดีนี้ไว้ ส่วนข้อผิดพลาดขอให้นำมาปรับปรุง เพื่องานยิ่งใหญ่ในอนาคต
เมื่อพูดถึงเบื้องหลังการทำงานอย่างหนักของกระทรวงการคลังที่มีแกนนำโดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายก รัฐมนตรี และ รมว.คลัง, “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลัง, “วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ” ผู้อำนวยการ ผอ.สศค. และ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการ ธปท.แล้ว และทีมงานทุกคนที่ขะมักเขม้นมาทุกวัน...ขอปรบมือให้!!
และต้องไม่ลืม...ที่จะเอ่ยถึงการทำงานของไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกด้วย เพราะทีมงานต้องมาคลุกคลีกับคนไทยนับตั้งแต่ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
แต่สิ่งที่น่ารักและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุม และคนไทย คือ “คริสตาลินา กอร์เกียวา” กรรมการผู้จัดการกองทุนไอเอ็มเอฟ หญิงแกร่งแห่งไอเอ็มเอฟทั้งๆที่อายุ 73 ปีแล้ว แต่ยังแกร่ง ถึกอึดทนมาก เข้าร่วมประชุมเกือบทุกประชุม เดินตรวจรายละเอียดของงานตามมาตรฐานไอเอ็มเอฟแบบเป๊ะ! ด้วยรอยยิ้ม อารมณ์ดีตลอดเวลา
ทุกครั้งที่ “คริสตาลินา” ปรากฏตัว จะเอ่ยคำว่า “สวัสดีค่ะ- ขอบคุณค่ะ” มีความเป็นกันเอง น่ารัก และทุกครั้งจะชื่นชมประเทศไทย และสวมใส่ผ้าไทยเกือบทุกวันของการประชุม พร้อมโปรยคำหวานว่า “จะเป็นทูตผ้าไหมไทย” ให้คนทั่วโลกได้รู้จักผ้าไหมไทย
ความน่ารักของ “คริสตาลินา” ที่แสดงออกได้น่ารัก เป็นธรรมชาติและอบอุ่น สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมนั้น ไม่ได้เกิดจากตัวตนของ “คริสตาลินา” เท่านั้น แต่เป็นเพราะทีมงานไอเอ็มเอฟที่ปลุกปั้น ทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของความเป็นไทย สร้างความเป็นกันเองให้กับ “คริสตาลินา” อย่างเป็นธรรมชาติ หากตัวตนไม่เข้าใจ ทีมงานไม่เก่ง ไม่แกร่ง ไม่สามารถปลุกปั้นคนให้เป็นคน “น่ารัก” ของการประชุมครั้งนี้ได้
เช่นเดียวกับ “อาเจย์ บังกา” ประธานธนาคารโลก ด้วยความเป็นผู้ชาย การแสดงออกอาจน้อยกว่าผู้หญิง แต่ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีก็ชื่นชมประเทศไทยไม่แตกต่างกัน
ดังนั้น ภาพที่เกิดขึ้นในงานประชุม IMF-World Bank 2026 ครั้งนี้ ทำให้เกิดมิตรภาพไร้พรมแดนที่ทั่วโลกกำลังโหยหาท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ส่วนความร่วมมือทางวิชาการที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะร่วมมือภายใต้กรอบ “Bangkok Blueprint” คือการป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ การหลอกลวงที่ไร้พรมแดน จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลข้ามพรมแดน ร่วมมือกันระดับโลก ปกป้องประชากรโลกให้พ้นจากการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ซึ่งต้องติดตามความร่วมมือปราบ “สแกมเมอร์ (Scammer)” ไร้พรมแดน จะได้ผลหรือไม่?..
ดวงพร อุดมทิพย์
คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม