
“ศุภจี” สั่งแพลตฟอร์มใหญ่ แจงโครงสร้างค่า “GP” หลัง “กขค.” สั่งห้ามปรับขึ้น 6 เดือน เหตุไรเดอร์ ร้านค้า ร้านอาหารร้องขึ้นแบบไม่เป็นธรรม ล่าสุด แพลตฟอร์มยักษ์ 3 รายรับปากจะลดลงแล้ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ฯลฯ เดินหน้าสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มเรียกรถรับส่งคน สิ่งของและอาหาร (Ride-Hailing) เพราะได้รับการร้องเรียนจากทั้งไรเดอร์ ร้านค้า ร้านอาหาร มาว่า แพลตฟอร์มมักเอาเปรียบ เช่น ขึ้นค่าส่วนแบ่งการขาย (GP) และค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรม จนได้รับผลกระทบอย่างมาก
โดยล่าสุด สำนักงาน กขค.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 60 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 สั่งห้ามแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ขึ้นค่าส่วนแบ่งการขาย (GP) ค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มเดือนส.ค.69-ก.พ.70 และต้องส่งข้อมูลโครงสร้างค่า GP ให้สำนักงาน กขค.พิจารณา รวมทั้งเตรียมออกประกาศ กขค. กำหนดให้แพลตฟอร์ม Ride-Hailing ต้องแจ้งโครงสร้างค่าบริการ ทั้งค่า GP ค่าธรรมเนียม ส่วนแบ่งรายได้ และผลประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ รวมถึงองค์ประกอบต้นทุนที่ใช้คำนวณค่าบริการ ต่อสำนักงาน กขค.ก่อนปรับขึ้นทุกครั้ง
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีตนเป็นประธาน ได้เชิญแพลตฟอร์ม มาชี้แจงโครงสร้างต้นทุนค่า GP และค่าธรรมเนียมต่างๆ ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง อัตราที่เรียกเก็บ เหมาะสม และเป็นธรรมเพียงใด หากไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรม ก็อาจให้ปรับลด อีกทั้งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่งยกร่างกฎหมายที่จะใช้กำกับดูแลการทำธุรกิจของแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นการเฉพาะ จากปัจจุบัน ที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน เพื่อให้การกำกับดูแลธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด มีแนวโน้มว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ประเภท e-Commerce รับปากจะปรับลดค่า GP ลงไม่ต่ำกว่า 10% จากปัจจุบัน เรียกเก็บ 30-35% คิดเป็นรายได้ที่จะหายไปของแต่ละรายประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของสำนักงาน กขค. พบว่า ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ปรับขึ้นค่า GP และค่าธรรมเนียมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดย e-Commerce เช่น Shopee ตั้งแต่ปี 65-ปัจจุบัน ปรับขึ้นแล้ว 10 ครั้ง รวม 433%, Lazada ขึ้น 7 ครั้ง รวม 367% ส่วน TikTok อยู่ระหว่างตรวจสอบ ฯลฯ ขณะที่แพลตฟอร์ม Ride-Hailing ทั้ง 3 รายใหญ่ ตั้งแต่เดือนเม.ย.-ส.ค.69 ขึ้นค่า GP แล้ว 8 ครั้ง
ขณะเดียวกัน มีการตั้งข้อสังเกตกรณีร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ จำกัดทางเลือกในการจ่ายค่าสินค้าและบริการผ่านแอปพลิเคชัน (e-Payment) โดยจำกัดให้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) ที่ต้องเติมเงินเข้าไปแอปฯ ของบริษัทในเครือ เพื่อใช้แทนเงินสดได้เพียงแอปฯเดียว ขณะที่ห้างร้านอื่นๆ สามารถจ่ายผ่านแอปฯของธนาคารใดก็ได้ ส่งผลให้ไม่มีทางเลือกในการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แม้ยังเปิดให้ชำระเงินสดได้ เพราะลูกค้าบางคนไม่มีแอปฯดังกล่าว และอาจจำกัดการแข่งขันของธุรกิจรายอื่น จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กขค. ตรวจสอบด้วย