
คณะอนุกรรมการฯ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ธปท., ปปง., กรมสรรพากร และ ก.ล.ต. เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Connect the Dots) ได้อนุมัติแนวทางใช้โครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงข้อมูลของสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อย ถือเป็นการปลดล็อกข้อมูล จากเดิมต่างฝ่ายต่างดำเนินการ
สำหรับการดำเนินงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลตามกรณีใช้งาน ผ่านระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน จากนั้นยกระดับสู่ระยะที่ 2 ด้วยการนำข้อมูลมารวมไว้เป็นศูนย์กลางข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงรายบุคคล ช่วยสกัดกั้นการนำเงินเทาไปแปลงสภาพเป็นเงินสด ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างทันท่วงที หากพบพฤติกรรมผิดปกติไม่ตรงกับข้อมูลรายได้ ระบบจะสั่งจำกัดวงเงินธุรกรรมทันที
ดังนั้นระยะแรกการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานจะต้องดีที่สุด เร็วที่สุด และประหยัดงบประมาณที่สุด จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลของทุกหน่วยงาน เพื่อให้ได้ข้อมูลเร็วที่สุด ยกตัวอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องการข้อมูลของบริษัทเอ ซึ่งมีพฤติการณ์ต้องสงสัยเพียงแค่คลิกเข้าไปในข้อมูลกลางจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันที
ทั้งนี้ได้มีการวางเป้าหมายที่จะประกาศใช้ระบบรวมศูนย์รับแจ้งเหตุสแกมเมอร์ ในวันที่ 1 ม.ค. 2570 โดยเปิดให้ประชาชนผู้เสียหายแจ้งเหตุได้จุดเดียว ผ่านสายด่วน 1441, สถานีตำรวจ หรือธนาคารเจ้าของบัญชี ซึ่งข้อมูลจะเชื่อมถึงกันทันที พร้อมสั่งบล็อกบัญชีและระงับธุรกรรมได้ทันที เพื่อสกัดความเสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดต่อไป
อย่างไรก็ตาม การวางเป้าหมายการทำงานในวันที่ 1 ม.ค. 2570 ถือว่าท้าทายมาก โดยสิ่งที่คาดหวังจะได้เห็นคือ 2 ประเด็น คือ 1. ข้อมูลจะเชื่อมโยงกันทันทีระหว่างตำรวจและศูนย์ AOC 1441 ไม่ว่าจะโทรแจ้งจากหน่วยงานใดข้อมูลจะลิงก์เข้าหากันทันที และ 2. ธนาคารสามารถบล็อกและระงับธุรกรรมของบัญชีม้าและบัญชีปลายทางได้ทันที หากตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น อาชีพหรือรายได้ไม่สอดคล้องกับมูลค่าการซื้อขายทองคำหรือการถอนเงินสด ระบบจะทำการระงับหรือต้องขออนุมัติเป็นพิเศษ เป็นต้น