ททท. ต่อยอดเวที IMF-World Bank รุก “ยุโรป-อเมริกา” ชู 4 แม่ไม้ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ททท. ต่อยอดเวที IMF-World Bank รุก “ยุโรป-อเมริกา” ชู 4 แม่ไม้ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

Date Time: 26 ต.ค. 2569 06:30 น.

Video

ทำไม TSMC ถึงดูเหมือนธุรกิจที่ "ไม่มีขาลง" ? | Digital Frontiers EP.78

“Summary“

ททท. ใช้โอกาสจากการประชุม IMF-World Bank ปี 2569 สร้างความเชื่อมั่นระดับสากลและยกระดับภาพลักษณ์ไทยในสายตาผู้นำทางการเงินทั่วโลก

  • ปรับกลยุทธ์การตลาดเน้น 'Value over Volume' มุ่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริป ระยะเวลาพำนัก และการเดินทางซ้ำมากกว่าการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว
  • เจาะ 5 ตลาดเป้าหมายในเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ด้วยแคมเปญที่ตอบโจทย์พฤติกรรมและศักยภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
  • ตั้งเป้ากระจายสัดส่วนนักท่องเที่ยวสู่เมืองรองในอัตรา 60 ต่อ 40 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
  • เตรียมต่อยอดความสำเร็จในปี 2570 ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกและนโยบาย Airline Focus เพื่อขยายเส้นทางบินและรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ

Latest


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ว่ายังมีความยืดหยุ่นและมีแนวโน้มขยายตัว 3.1% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่ IMF ประเมินว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) สูงถึง 4.8% ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ททท. จึงมองว่าแนวโน้มดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง

โดยทิศทางสำคัญต่อจากนี้ ททท. จะไม่เน้นเพียงการเพิ่มจำนวน แต่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริป การเพิ่มระยะเวลาพำนัก และการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางซ้ำ ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” ที่ใช้จุดแข็งของประเทศไทยทั้งด้านอาหาร สุขภาพ ความงาม วัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์เป็นตัวขับเคลื่อน

สำหรับการเจาะลึก 5 ตลาดเป้าหมายสำคัญในเอเชีย ททท. ได้วางแนวทางที่สอดรับกับศักยภาพทางเศรษฐกิจ เริ่มจากตลาดไต้หวันที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 10.7% จะมุ่งสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทางมาไทยผ่านการส่งเสริมด้านอาหารท้องถิ่นไปจนถึงระดับมิชลิน พร้อมใช้แคมเปญ Go Thai Be Free สื่อสารภาพลักษณ์ความเปิดกว้างเพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ส่วนตลาดเวียดนามที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโต 8.4% จะเน้นเจาะกลุ่มนักชอปปิง กลุ่มครอบครัว และคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการขยายฐานตลาดไมซ์ (MICE) และกลุ่มลักซ์ชัวรีผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่

ทางด้านตลาดมาเลเซียที่มีอัตราการเติบโต 5.2% จะมุ่งกระตุ้นการเดินทางทางบกเข้าสู่เมืองหลัก ก่อนเชื่อมโยงและกระจายรายได้ไปยังเมืองรองอย่างสงขลาและพัทลุง รวมถึงจัดกิจกรรมคาราวานขับรถเที่ยวไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ตลาดอินโดนีเซียซึ่งเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโต 5.1% ททท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับมุสลิม โดยเน้นย้ำให้ภาคธุรกิจสื่อสารข้อมูลที่เข้าถึงง่ายและชัดเจน เช่น การระบุข้อมูลอาหารประเภท No Pork, No Lard และสถานที่ละหมาด เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกจุดสัมผัสของการเดินทาง และตลาดสิงคโปร์ที่เศรษฐกิจเติบโต 5.0% จะมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง นำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มทางเลือกเที่ยวบินเส้นทางใหม่ๆ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคอื่น โดยในภาพรวม ททท. ตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้การท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569 และมุ่งกระจายสัดส่วนนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองให้ได้ในระดับ 60 ต่อ 40 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างแท้จริง

ทางด้าน นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวเสริมถึงผลจากการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ว่า ถือเป็นข่าวบวกที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับสากลได้อย่างมหาศาล เนื่องจากผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้นำทางการเงินระดับเกรดเอ ข่าวสารที่แพร่ภาพออกไปทั่วโลกจึงช่วยเปลี่ยนมุมมองของชาวต่างชาติ ให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพระดับสูง ทั้งด้านสถานที่ มาตรฐานการบริการ วัฒนธรรม อาหารไทย และอัธยาศัยไมตรี โดยเฉพาะในตลาดระยะไกลอย่างยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด นับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นสากลในลักษณะลงทุนโดยไม่ต้องใช้งบประมาณโปรโมต

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนได้อย่างชัดเจนผ่านความประทับใจของ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ซึ่งได้กล่าวชื่นชมว่า “ดิฉันเดินทางมากรุงเทพฯ ในฐานะผู้อำนวยการ IMF และรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้กลับไปในฐานะทูตแห่งผ้าไหมไทย” พร้อมระบุว่าไทยได้สร้างมาตรฐานการจัดงานไว้สูงมาก ขณะเดียวกัน ผู้นำทางการเงินระดับโลก อาทิ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังได้เอ่ยปากชื่นชมในมิตรไมตรีและการต้อนรับของคนไทยอย่างยิ่ง อีกทั้งงานนี้ยังสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากจากภูมิภาคใหม่ๆ เช่น แอฟริกา ซึ่งพร้อมกลายเป็นตลาดศักยภาพใหม่ของไทยต่อไป

สำหรับการดำเนินงานรุกตลาดระยะไกลในระยะถัดไป ททท. เตรียมเดินหน้าต่อยอดความเชื่อมั่นเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่านยุทธศาสตร์ “4 แม่ไม้” ได้แก่ การปรับสมดุลโครงสร้างตลาด การยกระดับคุณค่าและประสบการณ์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน Life Economy และการผนึกกำลังทุกภาคส่วน พร้อมทั้งเตรียมต่อยอดความสำเร็จในปี 2570 ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญ อาทิ Global Summit of Women และ ULTRA Thailand 2027 ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย Airline Focus ร่วมกับสายการบินพันธมิตร เพื่อขยายเส้นทางบินและเพิ่มที่นั่งโดยสาร รองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกอย่างยั่งยืน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ