
ททท. ใช้โอกาสจากการประชุม IMF-World Bank ปี 2569 สร้างความเชื่อมั่นระดับสากลและยกระดับภาพลักษณ์ไทยในสายตาผู้นำทางการเงินทั่วโลก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ว่ายังมีความยืดหยุ่นและมีแนวโน้มขยายตัว 3.1% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่ IMF ประเมินว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) สูงถึง 4.8% ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ททท. จึงมองว่าแนวโน้มดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง
โดยทิศทางสำคัญต่อจากนี้ ททท. จะไม่เน้นเพียงการเพิ่มจำนวน แต่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริป การเพิ่มระยะเวลาพำนัก และการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางซ้ำ ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” ที่ใช้จุดแข็งของประเทศไทยทั้งด้านอาหาร สุขภาพ ความงาม วัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์เป็นตัวขับเคลื่อน
สำหรับการเจาะลึก 5 ตลาดเป้าหมายสำคัญในเอเชีย ททท. ได้วางแนวทางที่สอดรับกับศักยภาพทางเศรษฐกิจ เริ่มจากตลาดไต้หวันที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 10.7% จะมุ่งสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทางมาไทยผ่านการส่งเสริมด้านอาหารท้องถิ่นไปจนถึงระดับมิชลิน พร้อมใช้แคมเปญ Go Thai Be Free สื่อสารภาพลักษณ์ความเปิดกว้างเพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ส่วนตลาดเวียดนามที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโต 8.4% จะเน้นเจาะกลุ่มนักชอปปิง กลุ่มครอบครัว และคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการขยายฐานตลาดไมซ์ (MICE) และกลุ่มลักซ์ชัวรีผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่
ทางด้านตลาดมาเลเซียที่มีอัตราการเติบโต 5.2% จะมุ่งกระตุ้นการเดินทางทางบกเข้าสู่เมืองหลัก ก่อนเชื่อมโยงและกระจายรายได้ไปยังเมืองรองอย่างสงขลาและพัทลุง รวมถึงจัดกิจกรรมคาราวานขับรถเที่ยวไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ตลาดอินโดนีเซียซึ่งเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโต 5.1% ททท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับมุสลิม โดยเน้นย้ำให้ภาคธุรกิจสื่อสารข้อมูลที่เข้าถึงง่ายและชัดเจน เช่น การระบุข้อมูลอาหารประเภท No Pork, No Lard และสถานที่ละหมาด เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกจุดสัมผัสของการเดินทาง และตลาดสิงคโปร์ที่เศรษฐกิจเติบโต 5.0% จะมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง นำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มทางเลือกเที่ยวบินเส้นทางใหม่ๆ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคอื่น โดยในภาพรวม ททท. ตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้การท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569 และมุ่งกระจายสัดส่วนนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองให้ได้ในระดับ 60 ต่อ 40 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างแท้จริง
ทางด้าน นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวเสริมถึงผลจากการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ว่า ถือเป็นข่าวบวกที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับสากลได้อย่างมหาศาล เนื่องจากผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้นำทางการเงินระดับเกรดเอ ข่าวสารที่แพร่ภาพออกไปทั่วโลกจึงช่วยเปลี่ยนมุมมองของชาวต่างชาติ ให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพระดับสูง ทั้งด้านสถานที่ มาตรฐานการบริการ วัฒนธรรม อาหารไทย และอัธยาศัยไมตรี โดยเฉพาะในตลาดระยะไกลอย่างยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด นับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นสากลในลักษณะลงทุนโดยไม่ต้องใช้งบประมาณโปรโมต
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนได้อย่างชัดเจนผ่านความประทับใจของ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ซึ่งได้กล่าวชื่นชมว่า “ดิฉันเดินทางมากรุงเทพฯ ในฐานะผู้อำนวยการ IMF และรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้กลับไปในฐานะทูตแห่งผ้าไหมไทย” พร้อมระบุว่าไทยได้สร้างมาตรฐานการจัดงานไว้สูงมาก ขณะเดียวกัน ผู้นำทางการเงินระดับโลก อาทิ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังได้เอ่ยปากชื่นชมในมิตรไมตรีและการต้อนรับของคนไทยอย่างยิ่ง อีกทั้งงานนี้ยังสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากจากภูมิภาคใหม่ๆ เช่น แอฟริกา ซึ่งพร้อมกลายเป็นตลาดศักยภาพใหม่ของไทยต่อไป
สำหรับการดำเนินงานรุกตลาดระยะไกลในระยะถัดไป ททท. เตรียมเดินหน้าต่อยอดความเชื่อมั่นเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่านยุทธศาสตร์ “4 แม่ไม้” ได้แก่ การปรับสมดุลโครงสร้างตลาด การยกระดับคุณค่าและประสบการณ์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน Life Economy และการผนึกกำลังทุกภาคส่วน พร้อมทั้งเตรียมต่อยอดความสำเร็จในปี 2570 ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญ อาทิ Global Summit of Women และ ULTRA Thailand 2027 ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย Airline Focus ร่วมกับสายการบินพันธมิตร เพื่อขยายเส้นทางบินและเพิ่มที่นั่งโดยสาร รองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกอย่างยั่งยืน