
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เปิดเผยในเอกสารข่าวเผยแพร่ให้สื่อมวลชน ระบุสำนักงาน กสทช. ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยไม่สะดุด เพราะ กสทช.ไม่ใช่สนามขัดแย้งการเมือง
จึงขอแสดงความพร้อมในการประสานความร่วมมือและการบูรณาการการทํางานกับหน่วยงานภาครัฐและกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการประสานงานและตรวจสอบข้อมูลตามที่หน่วยงานต่างๆ ร้องขอ เช่น การสนับสนุนข้อมูล เพื่อประกอบการตรวจสอบผู้ให้บริการมือถือ ตามอํานาจหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ภายใต้คดีสําคัญของ กกต.ที่กําลังตรวจสอบปมการถอนเงินสดจํานวนมากซึ่งพบความผิดปกติ
นพ.สรณ เปิดเผยอีกว่า การทําหน้าที่ในฐานะประธานกสทช. ของตน ปราศจากการยอมจํานนต่อกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์อื่นใด แม้มีอุปสรรคจากความพยายามของบุคคลบางกลุ่มที่สร้างเงื่อนไขควํ่าบาตรการประชุมหลายครั้ง รวมทั้งความพยายามในการกดดันตนให้ออกจากตำแหน่งอย่างเร่งเร้า ขณะที่การส่งข้อมูลให้กกต.ถูกบ่ายเบี่ยง
“ถ้าผมไม่ยืนหยัดนั่งทํางานตรงนี้ และถ้าผมถูกบีบให้พ้นจากเก้าอี้ไปตามเกมกดดัน เส้นทางผลประโยชน์ทับซ้อนจะถูกซุกไว้ใต้พรมใช่หรือไม่ เป้าหมายสูงสุดในฐานะผู้นําองค์กรคือการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะคลี่คลายความจริงทั้งหมดออกมาให้สังคมประจักษ์”
วันเดียวกัน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า สำนักงาน กสทช.ขอตั้งข้อสังเกตกรณีกรรมการกสทช. 6 คนมีการจัดประชุมบอร์ดนัดพิเศษในช่วงที่ผ่านมา โดยไม่มีนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช. เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีหลายประเด็นที่ยังขาดความชัดเจน ได้แก่ 1. การประชุมและระเบียบวาระประชุม โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นการจัดประชุมโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติกฎหมายใด หรือการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบใด 2. การเลือกประธานกสทช. หากกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน เห็นว่าประธานกสทช. พ้นจากตำแหน่งแล้วตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ก็จำเป็นต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่มาตรา 20 วรรคห้าคือให้ประชุมกันเพื่อเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ แล้วแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ แต่จนถึงขณะนี้มีเพียงเลือกประธานในที่ประชุมเท่านั้น
3. การจัดทำรายงานการประชุมและมติที่ประชุม สำนักงาน กสทช. ได้ทราบความคืบหน้าผ่านการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือมติที่ประชุมที่นำส่งมาเป็นหนังสือแต่อย่างใด 4. ผู้แทนสำนักงาน กสทช. ในที่ประชุมนั้น ไม่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสำนักงานกสทช.
“สำนักงาน กสทช. ขอให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพราะสำนักงานกสทช. เป็นหน่วยงานของรัฐ และเลขาธิการ กสทช. รวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นจึงต้องดำเนินการตามหน้าที่โดยยึดกฎหมายเป็นสำคัญ”