รฟท.ฟ้อง“เอเชีย เอรา วัน” ไล่บี้ชำระหนี้ค่าลงทุน“แอร์พอร์ต ลิงก์”1.3หมื่นล้าน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

รฟท.ฟ้อง“เอเชีย เอรา วัน” ไล่บี้ชำระหนี้ค่าลงทุน“แอร์พอร์ต ลิงก์”1.3หมื่นล้าน

Date Time: 23 ต.ค. 2569 06:30 น.

Video

ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวัน! หนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหดขนาดนี้ทำไมคนไทยยังกู้ I Money Issue

“Summary“

รฟท. ยื่นฟ้องเรียกค่าสิทธิร่วมลงทุน ARL จากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เป็นเงินต้น 10,671 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยรวม 13,335 ล้านบาท

  • การฟ้องร้องครอบคลุมถึงธนาคารผู้ค้ำประกัน 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงผู้ถือหุ้นในโครงการอีก 5 ราย
  • สาเหตุการฟ้องเกิดจากเอกชนคู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ที่ครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2564 และไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ในกระบวนการระงับข้อพิพาท
  • รฟท. ยืนยันว่าการดำเนินคดีทางกฎหมายมุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ตามปกติ
  • คดีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองกลางตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามสัญญาและหลักประกันที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า รฟท.ได้ดำเนินการตามสิทธิและหน้าที่ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยยื่นฟ้องเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ธนาคารผู้ค้ำประกันของสัญญาฯ และผู้ออกหนังสือรับประกัน รวมทั้งหมด 8 ราย ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 เพื่อบังคับชำระหนี้ค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ (ARL) พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด รวมเป็นเงิน 13,335 ล้านบาท รวมถึงบังคับหลักประกันสัญญาธนาคาร และบังคับหนังสือรับประกัน 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ซึ่งภายหลังมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (เอกชนคู่สัญญา) ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนดังกล่าว เอกชนคู่สัญญามีหน้าที่ชำระเงินค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ให้แก่ รฟท. 10,671 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่สัญญามีผลบังคับใช้ โดยครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2564 ภายหลังจากที่ รฟท. ติดตามทวงถามและนำเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทกับเอกชนคู่สัญญาให้ชำระค่าสิทธิฯ ตามขั้นตอนของสัญญาแล้ว คู่สัญญาไม่อาจตกลงระงับข้อพิพาทร่วมกันได้ 

ดังนั้น รฟท. จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ รฟท. ได้ยื่นฟ้องบุคคลแบ่งตามสถานะและความเกี่ยวข้องกับสัญญาร่วมลงทุนฯ ได้แก่ 1. บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนในฐานะลูกหนี้ชั้นต้น โดย รฟท. ได้ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินต้น จำนวน 10,671 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดถึงวันฟ้อง 2,664 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,335 ล้านบาท 

2. ธนาคารผู้ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของเอกชนคู่สัญญา จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีวงเงินค้ำประกันรายละ 1,000 ล้านบาท

3. ผู้ออกหนังสือรับประกัน เพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเอกชนคู่สัญญาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน โดยมีจำนวนเงินสูงสุดตามที่ปรากฏในหนังสือรับประกันตามสัดส่วนการลงทุนในโครงการฯ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด สัดส่วน 70% 2. บริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด สัดส่วน 10% 3. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 10% 4. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 5% และ 5. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 5%

ทั้งนี้ รฟท. ยึดหลักการรักษาสิทธิของรัฐและการดูแลประชาชนเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินควบคู่กัน โดยการดำเนินการทางกฎหมายจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และไม่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบจากข้อพิพาททางสัญญา โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่งปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รฟท. ให้ความสำคัญกับการให้บริการ คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางของประชาชนเป็นสำคัญ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ