“ประธานเฟด”ยังไม่ส่งสัญญาณดอกเบี้ย มองเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่น-ฝ่าวิกฤตได้

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ประธานเฟด”ยังไม่ส่งสัญญาณดอกเบี้ย มองเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่น-ฝ่าวิกฤตได้

Date Time: 17 ต.ค. 2569 05:30 น.

Video

กู้ออนไลน์เบี้ยวหนี้ง่าย? เจาะตลาดสินเชื่อดิจิทัล 2026 | Money Issue EP.81

“Summary“

ปล่อยคอยเก้อ “เควิน วอร์ช”อุบไม่ส่งสัญญาณ “ขึ้นดอกเบี้ย” โดยจะใช้ข้อมูลเศรษฐกิจจริงขณะนั้นตัดสิน แต่ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมานโยบายการเงินผ่อนคลายน้อยลง มองเศรษฐกิจโลกยืดหยุ่นและรับมือช็อกได้มากกว่าที่คิด ขณะที่มอง AI เป็นตัวเปลี่ยนเกมทุกอย่างในโลกยุคนี้ เชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฝ่าความท้าทายนี้ไปได้แน่นอน

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย ได้มีการจัดเวทีให้นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนที่ 17 และเป็นประธานเฟดที่หนุ่มที่สุด ร่วมพูดคุยแบบเป็นกันเอง (fireside chat) กับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยมีผู้สนใจร่วมฟังจำนวนมาก มีการต่อแถวเพื่อรอเข้าฟังก่อนหน้าเวทีจะเริ่มประมาณ 2 ชั่วโมง

โดยนายเควิน ได้กล่าวถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ว่า ปีนี้ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสงคราม การพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน และราคาสินค้า เป็นแรงกดดันที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว อย่างไรก็ตาม ช็อกจากอุปทานอาจจะไม่ได้มีด้านเดียว เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจกำลังเติบโตเชิงโครงสร้างและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และในสหรัฐฯ การลงทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากนโยบายเศรษฐกิจในภาพใหญ่ที่ดีและการวางรากฐานเศรษฐกิจระดับเล็กลงมาที่แข็งแกร่ง ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะยังคงมีความเปราะบาง บางประเทศขยายตัวดีขึ้น บางประเทศแย่ลง แต่หลายประเทศในกลุ่ม G20 สามารถยืดหยุ่นและรับมือกับความท้าทายได้ดีกว่าที่คาดไว้ แสดงความทนทานต่อช็อกของเศรษฐกิจโลก


นายเควิน ระบุด้วยว่า การมาของ AI เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ในระยะสั้น AI จะส่งผลกระทบโดยรวม ก่อนจะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และทำให้เศรษฐกิจที่นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพมีผลิตภาพและความมั่งคั่งมากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าหนทางข้างหน้าอาจจะขรุขระมาก และผลกระทบระยะสั้นต่อการจ้างงานยังคงไม่แน่นอน

สำหรับธนาคารกลาง เทคโนโลยี AI จะปฏิวัติการดำเนินนโยบายการเงินอย่างสิ้นเชิง ในอนาคตเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงของ AI จะช่วยให้ธนาคารกลางคัดกรองข้อมูลจากทั่วโลกได้รวดเร็วและมีความมั่นใจในการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและสภาวะเศรษฐกิจจริงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้านนโยบายการเงิน นายเควิน ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย โดยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันดูแลเสถียรภาพราคา และเข้มงวดนโยบายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยเป็นช่วงที่ยากของธนาคารกลางทุกประเทศ ซึ่งจะต้องตัดสินใจจากภาพรวมของแต่ละประเทศเอง ไม่มีใครที่จะได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว ซึ่งในกรณีของ Fed เอง ก็ได้ปรับลดระดับการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงตั้งแต่ช่วงก่อนหน้าเช่นกัน

"ผมไม่ตัดสินใจล่วงหน้าเกี่ยวกับการประชุม ซึ่งอาจทำให้คนที่คาดหวังจะได้รับคำแนะนำล่วงหน้าก่อนการประชุมธนาคารกลางปลายเดือนนี้ต้องผิดหวัง แต่เราสามารถไปในทิศทางใดก็ได้ที่ต้องการ” นายเควินกล่าว

แต่นายเควิน ได้เสนอมุมมองของการ “มองออกไปนอกหน้าต่าง” เพื่อประเมินสภาวะที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทนที่จะพึ่งพาเพียงข้อมูลสถิติมุมมองย้อนหลัง หรือพึ่งพาโมเดลการคาดการณ์อนาคตที่ไม่มีใครทำพยากรณ์ได้สมบูรณ์แบบ โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) จะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจผ่านการมองออกไปนอกหน้าต่างปีละ 8 ครั้ง เพราะวันนี้มีข้อมูลที่หลากหลาย เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ต่อคำถามถึงการทำงานในช่วง 148 วันแรกในตำแหน่งประธาน Fed เควิน กล่าวว่า อาจจะถึงจุดที่เขาต้องปรับปรุง เรื่องการทุ่มเทความสนใจไปที่นโยบายการเงินมากเกินไป ทั้งที่พนักงาน Fed กว่า 75% ทำงานในภารกิจอื่นๆ เช่น การกำกับดูแลและจัดระเบียบสถาบันการเงิน ระบบการชำระเงิน และกิจการผู้บริโภคและชุมชน แก่นอำนาจที่แท้จริงของธนาคารกลางไม่ได้มาจากเรื่องการเงินแต่มาจากความน่าเชื่อถือของสถาบัน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้ ด้วยเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และเป็นผู้นำการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ