สร้าง “คน”​ นำ “เทคโนโลยี” ชูไอเดียมหาลัยระบบนิเวศเปิด “ยศชนัน” บนเวที Future-Ready Economy

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สร้าง “คน”​ นำ “เทคโนโลยี” ชูไอเดียมหาลัยระบบนิเวศเปิด “ยศชนัน” บนเวที Future-Ready Economy

Date Time: 15 ต.ค. 2569 14:24 น.

Video

ทำไม TSMC ถึงดูเหมือนธุรกิจที่ "ไม่มีขาลง" ? | Digital Frontiers EP.78

“Summary“

รองนายกฯ ศ.ดร.ยศชนัน แชร์มุมมองบนเวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชี้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า “คน” คือผู้สร้าง เผยบันได 5 ขั้น พานวัตกรรมไทยปูทางสู่ประเทศรายได้สูง 


Latest


บนเวทีสัมมนาเศรษฐกิจระดับชาติ FUTURE-READY ECONOMY 2026 ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมแชร์มุมมองในประเด็น “ทำไมเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์จึงมีความสำคัญ” (Why Human-driven economy matters?)

ทำไม “คน” ต้องมาก่อน “เทคโนโลยี”?

แม้ในปัจจุบันหลายฝ่ายจะมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยีทำได้ง่ายกว่าและเห็นผลในระยะสั้น แต่เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เสื่อมถอยหรือล้าสมัยได้ตามกาลเวลา

ในทางกลับกัน การลงทุนใน "คน" หรือทุนมนุษย์ แม้จะเป็นเส้นทางที่ต้องใช้เวลานานในการพัฒนา แต่คนคือผู้สร้างเทคโนโลยีเหล่านั้นขึ้นมาตั้งแต่ต้น การย้อนกลับมาเน้นการลงทุนในมนุษย์จะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นพบความเชี่ยวชาญระดับบุคคล (Individual Mastery) และเมื่อนำความเชี่ยวชาญเหล่านั้นมารวมกันก็จะเกิดเป็น "ความเชี่ยวชาญระดับชุมชน" (Community Mastery) หรือปัญญาประดิษฐ์ร่วมของสังคม ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การสร้างงานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ประเทศสิงคโปร์ถูกยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่จำกัด แต่สิ่งที่สิงคโปร์เลือกทำก่อน คือ การทุ่มเทลงทุนใน "คน" เมื่อคนมีความรู้ความสามารถ จึงเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน ต่อยอดไปสู่การลงทุนในยูนิตเทคโนโลยีที่ลึกขึ้น (Deep Tech) จนกระทั่งเข้าใจหลักการขั้นสูง และสามารถสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติผ่านความหลากหลายและศักยภาพของบุคลากร

โมเดลเศรษฐกิจ 2 เครื่องยนต์

ศ.ดร. ยศชนัน เสนอการแบ่งโครงสร้างเศรษฐกิจออกเป็น 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่

  • อุตสาหกรรมเดิม (Existing Industries): เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย กลุ่มนี้จำเป็นต้องยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ด้วยการนำระบบอัตโนมัติ AI หรือ Physical AI เข้ามาปรับใช้ ซึ่งรูปแบบการสนับสนุนเงินทุนสามารถใช้วงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่า
  • เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Work Engine / Deep Tech): เช่น นวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง งานวิจัยด้านการรักษาโรคเคมีบำบัดหรือมะเร็งชนิดใหม่ๆ รวมถึงเวชศาสตร์กายภาพ ซึ่งเป็นงานวิจัยและพัฒนาที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย กลุ่มนี้ต้องใช้เงินทุนเสี่ยงสูงอย่าง Venture Capital เข้ามาสนับสนุนเพื่อปลดล็อกนวัตกรรม

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึงการปฏิรูปมหาวิทยาลัย โดยต้องเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้กลายเป็น "ระบบนิเวศเปิด" (Open University System) เพื่อดึงดูดทั้งภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อสร้างความหลากหลายทางนิเวศรอบมหาวิทยาลัย ไม่ให้จำกัดอยู่เพียงแค่นักศึกษาและอาจารย์เท่านั้น

นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม การเคลื่อนย้ายเงินทุนไปสู่นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ท้าทายในไทยเช่นกัน ศ.ดร.ยศชนัน ได้เปิดเผย "พิมพ์เขียว" (Blueprint) ในการสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก:

  • ระยะที่ 1: แฮกกาธอน (Hackathon): กิจกรรมระยะสั้น 1-3 วัน จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพียงการได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ แต่เป็นการค้นหาและรวมกลุ่มคนที่มีทักษะหลากหลาย ให้ได้รู้จักและสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกั
  • ระยะที่ 2: การแข่งขันโจทย์ภาคเอกชน (Corporate Competition): ภาคเอกชนหรือบริษัทใหญ่เข้ามาจัดประกวดพร้อมให้เงินรางวัล เพื่อกำหนดโจทย์ให้บุคลากรผลิตผลงานที่ตรงกับความต้องการของตลาดจริง
  • ระยะที่ 3: ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator Programs): การนำทีมเข้าสู่ศูนย์บ่มเพาะทั้งของภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ (Business Model) ให้มีความแข็งแกร่ง
  • ระยะที่ 4: การเข้าถึง Venture Capital (VC): เมื่อมีโมเดลธุรกิจที่ดี ทีมงานจะสามารถเข้าถึงกลุ่มนักลงทุน VC ที่พร้อมสนับสนุนเงินทุนขยายกิจการ
  • ระยะที่ 5: ขยับสู่ Deep Tech และการสร้างสิทธิบัตร (IP Scouting): การต่อยอดธุรกิจไปสู่เทคโนโลยีที่ลึกขึ้น โดยเข้าถึงงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ยากต่อการเลียนแบบ

ปักหมุดจุดแข็งไทย: การแพทย์, Wellness และ นวัตกรรมอาหารอนาคต

ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ว่าอุปสรรคของหลายประเทศคือการหา "อุปสงค์" (Demand) ไม่เจอ แต่ประเทศไทยมีอุปสงค์และความเชี่ยวชาญเดิมที่เป็นจุดแข็งระดับโลกอยู่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่ม บริการทางการแพทย์ (Medical Services) และ Wellness และ อาหารแห่งอนาคต (Future of Food) 

ซึ่งไทยสามารถชูบทบาทการเป็นผู้สร้างความมั่นคงทางโภชนาการ (Nutrition Security) ให้กับโลกได้ การตั้งต้นจากจุดแข็งที่ไทยมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว จะทำให้ตลาดโลกยอมรับและพร้อมจ่ายเงินเพื่อซื้อนวัตกรรมจากไทย เพื่อสร้างผลประโยชน์และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน

สุดท้ายการพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง (High-Income Country) ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่าประเทศต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Infrastructure) ควบคู่กับการ "ลงทุนในคน" ให้ค้นพบศักยภาพ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมจากจุดแข็งเดิมของประเทศ ผสานการใช้ AI เสริมทักษะ ให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ