
รองนายกฯ ศ.ดร.ยศชนัน แชร์มุมมองบนเวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชี้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า “คน” คือผู้สร้าง เผยบันได 5 ขั้น พานวัตกรรมไทยปูทางสู่ประเทศรายได้สูง
บนเวทีสัมมนาเศรษฐกิจระดับชาติ FUTURE-READY ECONOMY 2026 ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมแชร์มุมมองในประเด็น “ทำไมเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมนุษย์จึงมีความสำคัญ” (Why Human-driven economy matters?)
แม้ในปัจจุบันหลายฝ่ายจะมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยีทำได้ง่ายกว่าและเห็นผลในระยะสั้น แต่เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เสื่อมถอยหรือล้าสมัยได้ตามกาลเวลา
ในทางกลับกัน การลงทุนใน "คน" หรือทุนมนุษย์ แม้จะเป็นเส้นทางที่ต้องใช้เวลานานในการพัฒนา แต่คนคือผู้สร้างเทคโนโลยีเหล่านั้นขึ้นมาตั้งแต่ต้น การย้อนกลับมาเน้นการลงทุนในมนุษย์จะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นพบความเชี่ยวชาญระดับบุคคล (Individual Mastery) และเมื่อนำความเชี่ยวชาญเหล่านั้นมารวมกันก็จะเกิดเป็น "ความเชี่ยวชาญระดับชุมชน" (Community Mastery) หรือปัญญาประดิษฐ์ร่วมของสังคม ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การสร้างงานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ประเทศสิงคโปร์ถูกยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่จำกัด แต่สิ่งที่สิงคโปร์เลือกทำก่อน คือ การทุ่มเทลงทุนใน "คน" เมื่อคนมีความรู้ความสามารถ จึงเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน ต่อยอดไปสู่การลงทุนในยูนิตเทคโนโลยีที่ลึกขึ้น (Deep Tech) จนกระทั่งเข้าใจหลักการขั้นสูง และสามารถสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติผ่านความหลากหลายและศักยภาพของบุคลากร
ศ.ดร. ยศชนัน เสนอการแบ่งโครงสร้างเศรษฐกิจออกเป็น 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึงการปฏิรูปมหาวิทยาลัย โดยต้องเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้กลายเป็น "ระบบนิเวศเปิด" (Open University System) เพื่อดึงดูดทั้งภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อสร้างความหลากหลายทางนิเวศรอบมหาวิทยาลัย ไม่ให้จำกัดอยู่เพียงแค่นักศึกษาและอาจารย์เท่านั้น
นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม การเคลื่อนย้ายเงินทุนไปสู่นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ท้าทายในไทยเช่นกัน ศ.ดร.ยศชนัน ได้เปิดเผย "พิมพ์เขียว" (Blueprint) ในการสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก:
ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ว่าอุปสรรคของหลายประเทศคือการหา "อุปสงค์" (Demand) ไม่เจอ แต่ประเทศไทยมีอุปสงค์และความเชี่ยวชาญเดิมที่เป็นจุดแข็งระดับโลกอยู่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่ม บริการทางการแพทย์ (Medical Services) และ Wellness และ อาหารแห่งอนาคต (Future of Food)
ซึ่งไทยสามารถชูบทบาทการเป็นผู้สร้างความมั่นคงทางโภชนาการ (Nutrition Security) ให้กับโลกได้ การตั้งต้นจากจุดแข็งที่ไทยมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว จะทำให้ตลาดโลกยอมรับและพร้อมจ่ายเงินเพื่อซื้อนวัตกรรมจากไทย เพื่อสร้างผลประโยชน์และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน
สุดท้ายการพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง (High-Income Country) ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่าประเทศต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Infrastructure) ควบคู่กับการ "ลงทุนในคน" ให้ค้นพบศักยภาพ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมจากจุดแข็งเดิมของประเทศ ผสานการใช้ AI เสริมทักษะ ให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney