
Bangkok Blueprint เป็นความร่วมมือระหว่างไทย IMF และธนาคารโลก เพื่อสร้างมาตรฐานสากลในการรับมือภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก 2026 วันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการประชุม ประเทศไทย โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้นำเสนอ “Bangkok Blueprint” ซึ่งเป็น “พิมพ์เขียว” ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กลุ่มธนาคารโลก และธปท. เพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติระดับสากลรับมือกับภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล และได้รับการตอบรับที่ดีจากธนาคารกลางต่างชาติที่มาร่วมงาน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยในการเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ว่า กระทรวงการคลังได้ประกาศเปิดตัว Bangkok Blueprint สำหรับบริการทางการเงินที่ปลอดภัยและป้องกันการฉ้อโกงอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติระดับนโยบายสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานระบบการเงินดิจิทัลทั่วโลก โดยอาชญากรรมทางการเงิน ี่ได้ลุกลามกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือคิดเป็น 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) โลก โดยมิจฉาชีพมักอาศัยช่องว่างในการก่ออาชญากรรมข้ามประเทศและยักย้ายถ่ายเทเงินไปประเทศที่สาม ทำให้การปราบปรามทำได้ลำบาก เนื่องจากมาตรการรับมือยังคงมีข้อจำกัดแค่ภายในประเทศตนเองเท่านั้น ไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างกัน ทุกประเทศจึงต้องร่วมมือกันป้องกันภัยการเงิน
“การผลักดัน Bangkok Blueprint จะช่วยยกระดับความมั่นคงทางการเงิน และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับทุกประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ กำหนดมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในระบบการเงินโลก แบบครอบคลุม ไร้รอยต่อ และปลอดภัย เนื่องจากภัยฉ้อโกงยุคใหม่ไม่มีพรมแดน การรับมือจึงต้องก้าวข้ามพรมแดนเช่นกัน”
ทั้งนี้ Bangkok Blueprint ได้ถูกออกแบบมาบน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การมองภาพรวมด้วยการดึงสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบ, 2.การออกแบบเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และ 3.การสร้างมาตรการภาคปฏิบัติที่ยืดหยุ่นเพื่อให้เข้ากับกฎหมายที่แตกต่างกันของแต่ละชาติได้มากที่สุด สำหรับประเทศไทยได้นำร่องขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวผ่านโครงการ คอนเน็คท์ เดอะ ดอทส์ เพื่อแก้ปัญหาจุดอ่อนที่ข้อมูลการถูกหลอกลวงกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ให้มารวมศูนย์กัน ช่วยให้หน่วยงานรัฐมองเห็นรูปแบบกลโกงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และช่วยเหลือผู้เสียหายในการติดตามเงินคืนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
.ชู Bangkok Blueprint ปกป้องการเงินโลก
ขณะที่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า Bangkok Blueprint จะทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้เป็นกรอบอ้างอิงในการสร้างระบบคุ้มครองความปลอดภัยทางการเงินเพื่อป้องกันและรับมือภัยทุจริตทางการเงิน และความเสี่ยงทางไซเบอร์ โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ขณะเดียวกัน ยังมีงานวิจัยที่ยกตัวอย่างเคสของการหลอกลวง และการแก้ไขปัญหาที่ประมวญมาจาก 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศไทย เพื่อชี้ให้เห็นอุปสรรคและแนวทางแก้ไขที่ทำได้ในทางปฏิบัติจริง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริการทางการเงินดิจิทัล ช่วยให้เกิดความรวดเร็ว ถูกลง และครอบคลุมมากขึ้น แต่ในก็นำมาซึ่งความเสี่ยงใน 3 มิต1.การเพิ่มขึ้นของภัยทุจริตและสแกมเมอร์ (Fraud & Scam) บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยในปี 2025 คาดการณ์มูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงทั่วโลกสูงกว่า 442,000 ล้านเหรียญฯ ขณะที่คดีอาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วง10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ที่ความเสียหายสูงถึง 67% ของทั่วโลกในปี 2567 2.ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่สูงขึ้นจากการเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนระหว่างสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน 3.การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคการเงิน
สำหรับประเทศไทย นายวิทัย ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จจากการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ โดยมูลค่าความเสียหายทางการเงินของไทยปี 2024 เคยสูงเกิน 43,000 ล้านบาท ก่อนจะลดลงเหลือ 32,000 ล้านบาทในปี 2025 และในช่วง ครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่าความเสียหายลดลงเหลือเพียงกว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินงานอย่างบูรณาการสามารถลดความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญ
.เปิดพิมพ์เขียว 5 เสาหลักสกัดภัยการเงิน
นายวิทัย กล่าวต่อว่า พิมพ์เขียว Bangkok Blueprint นำเสนอ 12 แนวทางสำคัญ ภายใต้ 5 เสาหลัก ได้แก่ 1.การวางยุทธศาสตร์ กฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน 2. การบริหารจัดการภัยทุจริตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาผู้เสียหาย 3. การใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้น 4. การเสริมสร้างความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ 5. การคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล
“ที่ผ่านมา ธปท.ได้ยกระดับการจัดการปัญหาเรื่องเงินเทาและคอร์รัปชันอย่างครบวงจร ซึ่งสอดรับกับหลักการของ Bangkok Blueprint ในหลายมิติ เช่น 1.การตรวจสอบและรู้จักตัวตนของลูกค้าอย่างเข้มงวด (KYC/CDD/EDD) 2.การยืนยันตัวตนของร้านค้า (KYM) ของธุรกิจรับชำระเงิน เพื่อป้องกันการให้บริการกับธุรกิจผิดกฎหมาย 3. การตรวจจับธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย 4.การถอนเงินสดมูลค่าสูงตั้งแต่ 5 ล้านบาท ขึ้นไป และ 5.ยกระดับมาตรการป้องกันการนำเงินสดไปแปลงเป็นสินทรัพย์ทางการเงินอื่น เช่น ทองคำและเงินตราต่างประเทศ รวมถึงกำกับดูแลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น USDT เป็นต้น
.องค์กรระดับชาติเห็นพ้องร่วมสู้โจรไซเบอร์
ขณะที่ใน เวทีเสวนาหัวข้อ “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า เหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับ “Bangkok Blueprint” เพราะภาคการเงินดิจิทัลเป็นภาคที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเป็นภาคที่ช่วยให้คนที่ไม่มีโอกาสใเข้าสู่ระบบการเงินเดิมเข้าถึงบริการทางการเงินได้ ซึ่งการมาประชุมที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนถึงระบบการเงินดิจิทัลที่ดีของไทย เราใช้การโอนเงินอิเลกทรอนิกส์ออกไปทานสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกได้อย่างง่ายๆ
“หัวใจของการเงินดิจิทัลคือ ความไว้วางใจ แต่การหลอกลวงทางการเงินเป็นตัวทำลายความมั่นใจ เราจึงเห็นความจำเป็นที่ต้องป้องกัน และวางระบบเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งพูดถึงความเสียหายที่เป็นหลักล้านล้านเหรียญฯ หากเราเปล่ียนเป็นเงินเพื่อพัฒนาประเทศจะช่วยให้เศรษฐกิจทั่วโลกดีขึ้นได้มาก ทำให้ Bangkok Blueprint เป็นสำคัญสำหรับการตั้งต้นป้องกันภัยจากสแกมเมอร์ของแต่ละประเทศ และการร่วมมือกันระหว่างประเทศ”
ด้านนางอันชูลา คานท์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) กลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า เราเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องปกป้องระบบการเงินดิจิทัลให้มีความปลอดภัย เพราะเป็นโอกาสที่ทำให้คนตัวเล็กๆ คนที่อาจจะมีความรู้ทางการเงินไม่มาก สามารถจะเข้าถึงบัญชีการเงินเพื่อใช้ในการทำงาน และการค้าขายได้ เห็นได้จากในขณะนี้มีคนที่เข้าถึงบัญชีดิจิทัลมากกว่า 75% ทั่วโลกในขณะที่เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา มีบัญชีไม่ถึง 40%
ขณะที่นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ในหลักการของธนาคารกลางสิ่งที่ต้องบริหารคือ เงิน และความไว้ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโอนเงินข้ามประเทศ หากไม่มีความไว้ใจทั้งระบบการยากลำบาก Bangkok Blueprint จะเป็นความรู้เบื้องต้นที่จะช่วยติดอาวุธให้กับผู้ใช้บริการทางการเงิน ให้สามารถรับมือกับการฉ้อโกงทางการเงินของมิจฉาชีพ ซึ่งมีการเพิ่มอาวุธต่างในการหลอกลวงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี AI