
“ขยะอิเล็กทรอนิกส์” มาทิ้งที่ จ.ระยองกองเป็นภูเขา คำถามคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและการตรวจสอบสินค้านำเข้า ปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร?? มีการตรวจสอบหรือไม่?? หรือ “สำแดงข้อมูลเท็จ”?
อึ้งที่สุด!! เมื่อเห็นข่าวการลักลอบนำเข้า “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” มาทิ้งที่ จ.ระยองกองเป็นภูเขา มากที่สุดในประเทศ และน่าจะมีพื้นที่อื่นๆอีกทั่วประเทศ
คำถามคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและการตรวจสอบสินค้านำเข้า ปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร?? มีการตรวจสอบหรือไม่?? หรือ “สำแดงข้อมูลเท็จ”?? แจ้งนำเข้าอย่าง แต่นำเข้าจริงอีกอย่าง เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้ชัด เล่นงานให้หนัก เพราะสร้างผลกระทบต่อคนไทย และประเทศไทยอย่างมาก
กรณีนี้เรื่องแดงเพราะชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงโกดังเก็บสินค้าที่ 14 ในพื้นที่ ม.1 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ใกล้กับที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 ร้องเรียน ว่า หน้าโกดังบริษัททุนจีน มีรถพ่วงขนตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาเกือบทุกวันวันละหลายคัน จากการสังเกตพบเป็นกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ กากขยะอุตสาหกรรม และซากเครื่องไฟฟ้า คนงานใช้รถโฟร์กลิฟต์ขนขยะออกจากตู้ ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย เกรงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
จึงขอให้ “ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง-นายอำเภอนิคมพัฒนา-อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง-ด่านศุลกากรการท่าเรือแหลมฉบัง และมาบตาพุด” ตรวจสอบว่า บริษัทใดเป็นผู้นำเข้า ทำไมจึงผ่านการตรวจสอบเข้ามาได้ และที่สำคัญ เหตุใดจึงไม่ปฏิบัติตาม “อนุสัญญาบาเซล”
ทั้งที่ตาม “อนุสัญญาบาเซล” ที่ไทยบังคับใช้ตั้งแต่ 7 มิ.ย.66 นั้น “ห้ามนำเข้าของเสียอันตรายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งออกขยะพิษ หรือกากขยะอุตสาหกรรมอันตรายเข้าในประเทศ หรือใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะรีไซเคิล”
อยากถามว่า ถ้าชาวบ้านไม่ร้องเรียน เรื่องจะแดงหรือไม่?? จะมีการตรวจสอบหรือไม่?? ยังดีที่ชาวบ้านกลัวอันตราย และ “ผู้ว่าฯระยอง-นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์” เอาด้วย โดยมอบให้ “นายธนินทร์ นวลฉวี” ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.ระยอง ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง
และพบว่า โกดังที่ 14 มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ใช้คัดแยก และบดขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีกองขยะสูงท่วมหัว ส่วนโกดังอื่นๆไม่สามารถเปิดให้ดูได้ แต่เมื่อมองผ่านกระจก
พบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน เบื้องต้น อุตสาหกรรมจังหวัดอายัดพื้นที่โกดังหมายเลข 14 และห้ามขนย้ายขยะออกจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 14 ก.ย.69 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย 10 ตู้ ที่แหลมฉบัง โดยมี 6 ตู้จากสหรัฐฯ ซึ่งสำแดงเป็นเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม พบขยะอิเล็กทรอนิกส์
อยากเห็นรัฐบาลปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะพิษ ขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอย่างจริงจัง ตามที่ “นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยกล่าวไว้
“รัฐบาลจะป้องกันไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านหรือปลายทางขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ โดยยกระดับการทำงานจากการตรวจสินค้าเป็นรายตู้ ไปสู่การขยายผลตลอดเส้นทาง เพื่อให้การดำเนินคดีไปถึงผู้เกี่ยวข้องที่แท้จริงตามพยานหลักฐาน”.
ฟันนี่เอส
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม