
เก็บตกสาระดีๆจากงานระดมสมองผู้นำภาครัฐและเอกชน เพื่อหาทางรอดและกลยุทธ์ให้ประเทศไทยรับมือกับยุค “Super Dynamic” ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ซึ่งจัดขึ้นในหัวข้อ Do’s and Don’ts : ประเทศไทยในเกมโลก (สิ่งที่ต้องทำ และสิ่งที่ควรหยุดทำ)โดยสำนักข่าว ไทยพับลิก้า : ThaiPublica เมื่อปลายเดือนก่อน มาเล่าสู่กันฟัง
พอสรุปเป็นรายหัวข้อสำคัญๆได้ว่า บรรดาผู้ร่วมระดมสมองเห็นว่าประเทศไทยเราควรทำอะไร และหยุดทำอะไรเสียทีได้ดังนี้คือ 1.ควร (DO’s) ปฏิรูปรัฐและกฎหมายล้าสมัย โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ชี้ว่า ไทยต้องเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เปลี่ยนระบบกฎหมายจาก “ระบบควบคุม” นอกจากนี้ยังต้องสร้าง Trust Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานแห่งความไว้วางใจในทุกระดับด้วย
ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. เสนอให้ใช้แนวคิด Science Diplomacy : การทูตเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับอาเซียน และตลาดโลกอย่างยั่งยืน
ด้านนายปิติ ตัณฑเกษม (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ttb) เสนอความเห็นที่ 2.ทางรอดเศรษฐกิจไทย(ภาคการเงินและธนาคาร) ว่า ควรหยุด (Don’ts) สับสน ว่า Investment เท่ากับ Development เหมือนกัน เพราะจริงๆไม่เหมือน กล่าวคือ ต้องเลิกหลงและดีใจกับตัวเลขเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้า แต่ไม่มีการถ่ายทอดทักษะเพื่อการพัฒนาได้แล้ว ในเวลาเดียวกันก็ควร...
หยุดเน้นแต่ GDP Growth ที่สร้างปัญหา ผู้ชนะกวาดหมดตลอด และ หยุดสร้างการเติบโตบนขอบเหว เบรกนโยบายประชานิยมแจกเงินระยะสั้นกับการกู้เงินในอนาคตมาใช้ แล้วหันมาทำเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถระยะยาวให้คนไทยดีกว่า หากจะผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง ก็ต้องผ่านเกณฑ์ 3S คือ Scale มีสเกลเศรษฐกิจ, Skill มีทักษะรองรับ และ Spillover กระจายประโยชน์สู่ SMEs และซัพพลายเชนท้องถิ่นสำคัญคือทำให้ไทยเป็นสวรรค์ของคนดี ทำธุรกิจง่าย และเป็นนรกของธุรกิจสีเทาจริงๆ
นายสาโรจน์ อธิวิทวัส ที่ปรึกษาสภา SMEs ไทย เสนอข้อ 3.ปิดรูรั่ว และดึงงบลงทุนเข้าท้องถิ่น ด้วยการหยุดการเงินไหลออกจากระบบ 3 ทาง คือ เศรษฐกิจใต้ดิน, แพลตฟอร์มต่างชาติ (E-Commerce) และการกระจุกตัวของทุนใหญ่
ส่วน ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ เสนอข้อ 4.หยุดโรคเรื้อรังทางการเมืองจากการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ทำให้ขาดเอกภาพและนโยบายระยะยาว ด้าน นายสมิทธิ หาเรือนพืชน์ (มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ) ย้ำว่า การรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศต้องไม่มองธรรมชาติแยกออกจากเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตชุมชน มุมมองความเห็นส่วนใหญ่ของภาครัฐและเอกชนเวลานี้ ถ้าเอามารวมเป็นก้อนเดียวกัน ก็จัดได้ว่าก้อนใหญ่ทีเดียว เพราะส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลนี่แหละ จะทำหรือไม่ หรือจะชิล ชิล กินลม ชมวิว กันไปแบบนี้.
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม