เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทยต้องเลือกข้างไหน? อ่านมุมมอง “เอกนิติ” จากการประชุม IMF–World Bank 2026

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทยต้องเลือกข้างไหน? อ่านมุมมอง “เอกนิติ” จากการประชุม IMF–World Bank 2026

Date Time: 13 ต.ค. 2569 19:30 น.

Video

จุดเปลี่ยนสองวัย วางแผนเงิน - สุขภาพ เพื่อรักษาคำสัญญา I Money Issue EP.79

“Summary“

ผู้บริหาร IMF และ World Bank ชี้แนะให้ประเทศต่างๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจมหภาคและเพิ่มความร่วมมือภายในภูมิภาคเพื่อรับมือกับความผันผวน

  • ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุว่าไทยต้องใช้โอกาสจากการที่นักลงทุนต้องการกระจายฐานการผลิต เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
  • ไทยมุ่งเน้นการเป็นผู้เชื่อมโยงเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือในอาเซียน เช่น โครงการ ASEAN Power Grid เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจร่วมกัน
  • รัฐบาลเร่งยกระดับทักษะแรงงานผ่านการนำเทคโนโลยีและ AI มาปรับใช้ พร้อมพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่และเพิ่มผลิตภาพในทุกมิติ
  • บทเรียนจากวิกฤตปี 2540 ทำให้ไทยให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อแรงกระแทกจากภายนอก

Latest


โลกอยู่ท่ามกลางการแบ่งขั้วอย่างชัดเจนที่ประเทศมหาอำนาจต่างสร้างโครงข่ายและกฎระเบียบของตนเอง จนเกิดผลกระทบในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความผันผวนนโยบายการค้า การจ้างงาน และเทคโนโลยีที่ถูกจำกัด ดังนั้นคำถามสำคัญคือ ท่ามกลางความขัดแย้งนี้ "ประเทศไทย" ต้องวางตัวอย่างไรให้รอดพ้นผลกระทบด้านลบ แต่คว้าโอกาสพร้อมเติบโต?

โลกเดินหน้าสู่การสร้างความมั่นคง

ในเวทีการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 หัวข้อ “Building Resilience in a Fragmented World” มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้อย่างน่าสนใจ

Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่า ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้วอาจทำให้หลายประเทศมุ่งสู่การสร้างความมั่นคงของประเทศ ซึ่งมองว่าการทำเศรษฐกิจมหภาคให้แข็งแกร่งถือเป็นวิธีที่ประเทศต่างๆ จะป้องกันตนเองและเตรียมพร้อมด้านการคลัง รวมถึงเสถียรภาพทางการเงินให้พร้อมรับแรงกระแทกจากภายนอกที่อาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีความท้าทายสองเรื่องที่ต้องทำให้ได้ คือ สร้างความหลากหลายเพิ่มความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงพึ่งพาตัวเองให้ได้เพื่อสร้างความยั่งยืน

ขณะที่ Ajay Banga ประธาน World Bank Group เล่าว่า โลกที่แบ่งขั้วสร้างผลกระทบต่อกลุ่มประเทศเกิดใหม่ แต่เมื่อการค้าโลกยังเติบโตขึ้น สิ่งที่ภูมิภาคต่างๆ ควรเดินหน้าต่อเนื่องคือการค้าขายที่เชื่อมโยงภายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องเหมือนที่ประเทศพัฒนาแล้วเดินหน้าเรื่องนี้มาตลอด และเดินหน้าให้เกิดการระดมทุนเพื่อพัฒนาตลาดเกิดใหม่ซึ่งปัจจุบันเราเห็นเม็ดเงินกว่า 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากภาคเอกชนที่มีโอกาสไหลเข้ามาสู่ประเทศกลุ่มนี้ โดยเงินทุนเหล่านี้จะเลือกประเทศที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีธรรมาภิบาล

ไทยต้องทำแบบไหน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การแบ่งขั้วส่งผลกระทบต่อแต่ละประเทศไม่เท่ากัน โดยเกิดการฟื้นตัวแบบ K-shaped ซึ่งเศรษฐกิจขนาดกลางและเล็กจะรับแรงกระแทกได้น้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ไทยสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ เพราะความไม่แน่นอนทำให้นักลงทุนต่างชาติต้องการกระจายการลงทุนในหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา ไทยได้รับความสนใจจากต่างชาติ เห็นได้จากยอดการลงทุนตรงในไทย (FDI) ภายในปี 2569 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

จุดสำคัญที่ไทยต้องพัฒนาต่อคือ การเป็นผู้เชื่อมที่น่าเชื่อถือโดยจะเชื่อมโยงประเทศใหญ่และเล็กเข้าด้วยกัน สร้างความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นในอาเซียน เช่น การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้า (ASEAN Power Grid) จาก สปป.ลาว ผ่านไทยไปสิงคโปร์ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นขีดความสามารถ เช่น การใช้เงินทุนและเทคโนโลยีอย่าง AI จากต่างชาติ มาเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาไทยเพื่อยกระดับทักษะแรงงาน (Skill Bridge) พร้อมกันนี้ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นตั้งแต่ระดับชุมชนถึงเวทีโลก

สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำ คือการเพิ่มผลิตภาพในทุกมิติ ปรับใช้เทคโนโลยีในทุกภาคส่วน ทั้งภาคการผลิต การพัฒนาทุนมนุษย์ให้แรงงานมีทักษะ พร้อมดึงดูดและต่อยอดสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ขยายความร่วมมือในภูมิภาค ขณะเดียวกันไทยต้องรักษาเสถียรภาพทางการเงินเพื่อให้ไทยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งและก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างยั่งยืน

35 ปี ประเทศไทยเราผ่านอะไรมาบ้าง

ดร.เอกนิติ ยังเล่าต่อว่า กว่า 30 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยพัฒนาไปหลายด้าน ทั้งอัปเกรดเศรษฐกิจจากภาคเกษตรไปสู่การเป็นผู้ผลิต มีอุตสาหกรรมใหม่ๆ เริ่มมีการพัฒนาทักษะคนไทย สะท้อนจากการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมเช่นในเขต EEC ที่ส่งผลให้รายรับต่อหัวก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและสามารถลดอัตราความยากจนลงได้

แต่บทเรียนจากอดีต ที่ช่วงเศรษฐกิจเติบโตไทยมองภาพตัวเองเป็นเสือจะเติบโตสูงไปตลอด (8-9%) ทำให้มีการกู้เงินจำนวนมากกลายเป็นสถานการณ์ในช่วง 2540 ที่การขาดเสถียรภาพส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ชีวิตพลิกผัน และมาถึงตอนนี้ ไทยก็พยายามปรับเพื่อให้มีเสถียรภาพ ทั้งภาคการเงิน การธนาคารทุนสำรองระหว่างประเทศ สูงกว่าหนี้ระยะสั้นถึง 3 เท่า

ดังนั้นเมื่อไทยต้องอยู่ท่ามกลางคลื่นลูกใหม่ จึงต้องหาทางพัฒนาผลิตภาพ และดึงดูดการลงทุนมาพัฒนาประเทศให้พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการสร้างเสถียรภาพในทุกมิติ



ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ