“พิพัฒน์”สั่ง ทอท.ลงดาบ “การบินไทย” รื้อสัญญา “ภาคพื้น-คลังสินค้า” ใหม่ ปรับ-ยกเลิกได้

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“พิพัฒน์”สั่ง ทอท.ลงดาบ “การบินไทย” รื้อสัญญา “ภาคพื้น-คลังสินค้า” ใหม่ ปรับ-ยกเลิกได้

Date Time: 10 ต.ค. 2569 13:35 น.

Video

Mark Zuckerberg ดึงเซเลปทั่วโลกช่วยขายแว่น | BrandStory EP.62

“Summary“

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม สั่ง ทอท. แก้ไขสัญญาการให้บริการภาคพื้นกับการบินไทย หลังเกิดปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างจำนวนมากที่สนามบินสุวรรณภูมิ

  • สัญญาฉบับปัจจุบันของการบินไทยไม่มีบทปรับหรือลงโทษที่ชัดเจน ทำให้ ทอท. ไม่สามารถเอาผิดเมื่อเกิดความเสียหายได้
  • กระทรวงคมนาคมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทย เพื่อผลักดันให้มีการเพิ่มเงื่อนไขค่าปรับและการยกเลิกสัญญาหากไม่เป็นไปตามตัวชี้วัด
  • ทอท. เตรียมนำประเด็นการแก้ไขสัญญาเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม
  • ปัจจุบันยังคงมีกระเป๋าสัมภาระตกค้างจากการบินไทยอีกประมาณ 80 ใบที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามส่งคืนให้แก่ผู้โดยสาร

Latest


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการงานภาคพื้นและคลังสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่สามารถบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารได้ จนเกิดการตกค้าง และทะลักออกมายังโถงอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงวันที่ 26 ก.ย. 69 - 1 ต.ค. 69 นั้น ในเรื่องนี้ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแล บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จึงได้มีการหารือร่วมกับ ปลัดกระทรวงคมนาคมและ ทอท. ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา หากมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไรให้ผู้รับสัมปทานออกมารับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากพบว่าสัญญาดังกล่าวไม่มีบทปรับ หรือลงโทษแต่อย่างใด หากทำให้ ทอท.เสียหาย

ดังนั้นเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จึงเห็นควรให้ ทอท.ไปดำเนินการแก้ไขสัญญาการให้บริการงานภาคพื้นและคลังสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่าง ทอท. กับ การบินไทย ที่ยังเหลืออายุสัญญาอีก 15 ปี โดยจะให้เพิ่มบทลงโทษ ทั้งค่าปรับและการยกเลิกสัญญา หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือตัวชี้วัดตามสัญญาได้ ในลักษณะเดียวกับสัญญาโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องและโครงการให้บริการคลังสินค้า ที่สนามบินสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3

“สัญญาของการบินไทย ไม่ได้กำหนดค่าปรับ หรือบทลงโทษ เหมือนกับสัญญาของผู้ให้บริการรายที่ 3 ที่เพิ่งลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 รวมทั้งสัญญาฉบับใหม่ของรายที่ 2 ที่เพิ่งหมดอายุสัญญา ซึ่งได้กำหนดค่าปรับและบทลงโทษไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานเกิดข้อผิดพลาดและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารซ้ำรอยกับกรณีของสายการบินไทย ที่เกิดปัญหากระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างและเที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์)” 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม จะนำเรื่องการแก้ไขสัญญา หารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ในฐานะกำกับดูแลและกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท การบินไทย ด้วย เพื่อชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องมีการแก้ไขสัญญาให้มีบทลงโทษ ขณะเดียวกัน ทอท. ก็ต้องเชิญบริษัท การบินไทย มาตักเตือนด้วยว่า ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างและเที่ยวบินดีเลย์ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ จำเป็นต้องมีการเพิ่มบทลงโทษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการบินไทย ไม่ยอมแก้ไขสัญญาจะทำอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะอย่างไรสัญญาฉบับนี้ก็ต้องแก้ไข เพราะเกิดความเสียหาย โดยขณะนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ยังเหลือกระเป๋าตกค้างอีกประมาณ 80 ใบ ที่ยังต้องเร่งหาเจ้าของกระเป๋าและส่งคืนให้ผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด.

ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) กล่าวว่า จากนโยบายของกระทรวงคมนาคมตนจึงได้สั่งการ ทอท. ไปพิจารณาหาแนวทางที่จะเจรจากับ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ให้มีบทปรับ หรือค่าชดเชย กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้ เนื่องจาก ทอท. ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาได้รับความเสียหายโดยตรง เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการสนามบิน ขณะเดียวกันในการประชุมบอร์ด ทอท. ที่จะมีขึ้นในเดือนนี้ จะมีการหารือในประเด็นดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นอีก


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ