
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม สั่ง ทอท. แก้ไขสัญญาการให้บริการภาคพื้นกับการบินไทย หลังเกิดปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างจำนวนมากที่สนามบินสุวรรณภูมิ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการงานภาคพื้นและคลังสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่สามารถบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารได้ จนเกิดการตกค้าง และทะลักออกมายังโถงอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงวันที่ 26 ก.ย. 69 - 1 ต.ค. 69 นั้น ในเรื่องนี้ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแล บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) จึงได้มีการหารือร่วมกับ ปลัดกระทรวงคมนาคมและ ทอท. ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา หากมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไรให้ผู้รับสัมปทานออกมารับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากพบว่าสัญญาดังกล่าวไม่มีบทปรับ หรือลงโทษแต่อย่างใด หากทำให้ ทอท.เสียหาย
ดังนั้นเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จึงเห็นควรให้ ทอท.ไปดำเนินการแก้ไขสัญญาการให้บริการงานภาคพื้นและคลังสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่าง ทอท. กับ การบินไทย ที่ยังเหลืออายุสัญญาอีก 15 ปี โดยจะให้เพิ่มบทลงโทษ ทั้งค่าปรับและการยกเลิกสัญญา หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือตัวชี้วัดตามสัญญาได้ ในลักษณะเดียวกับสัญญาโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องและโครงการให้บริการคลังสินค้า ที่สนามบินสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3
“สัญญาของการบินไทย ไม่ได้กำหนดค่าปรับ หรือบทลงโทษ เหมือนกับสัญญาของผู้ให้บริการรายที่ 3 ที่เพิ่งลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 รวมทั้งสัญญาฉบับใหม่ของรายที่ 2 ที่เพิ่งหมดอายุสัญญา ซึ่งได้กำหนดค่าปรับและบทลงโทษไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานเกิดข้อผิดพลาดและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารซ้ำรอยกับกรณีของสายการบินไทย ที่เกิดปัญหากระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างและเที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์)”
อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม จะนำเรื่องการแก้ไขสัญญา หารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ในฐานะกำกับดูแลและกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท การบินไทย ด้วย เพื่อชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องมีการแก้ไขสัญญาให้มีบทลงโทษ ขณะเดียวกัน ทอท. ก็ต้องเชิญบริษัท การบินไทย มาตักเตือนด้วยว่า ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างและเที่ยวบินดีเลย์ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ จำเป็นต้องมีการเพิ่มบทลงโทษ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการบินไทย ไม่ยอมแก้ไขสัญญาจะทำอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะอย่างไรสัญญาฉบับนี้ก็ต้องแก้ไข เพราะเกิดความเสียหาย โดยขณะนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ยังเหลือกระเป๋าตกค้างอีกประมาณ 80 ใบ ที่ยังต้องเร่งหาเจ้าของกระเป๋าและส่งคืนให้ผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด.
ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) กล่าวว่า จากนโยบายของกระทรวงคมนาคมตนจึงได้สั่งการ ทอท. ไปพิจารณาหาแนวทางที่จะเจรจากับ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ให้มีบทปรับ หรือค่าชดเชย กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้ เนื่องจาก ทอท. ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาได้รับความเสียหายโดยตรง เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการสนามบิน ขณะเดียวกันในการประชุมบอร์ด ทอท. ที่จะมีขึ้นในเดือนนี้ จะมีการหารือในประเด็นดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นอีก