
เจาะเส้นทางชีวิต “ขัตติยา อินทรวิชัย” แห่งธนาคารกสิกรไทย จากพนักงานรับทุน สู่ CEO หญิงคนแรกที่ไม่ใช่ตระกูลล่ำซำ เปิดเบื้องหลังความสำเร็จ ผู้นำหญิงอันดับ 1 ของไทย บนทำเนียบ Fortune MPW Asia
นิตยสารฟอร์จูน (Fortune) ได้ประกาศรายชื่อ “100 สตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชีย ประจำปี 2026 (Most Powerful Women Asia 2026)” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เติบโตและแข็งแกร่งของผู้นำหญิง ในการขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจ การเงิน และนวัตกรรมในภูมิภาค
สำหรับปีนี้ Top 3 ผู้นำหญิงทรงอิทธิพลระดับภูมิภาคเอเชียในปีนี้ ได้แก่
โดย การคัดเลือกของ Fortune จะพิจารณาทั้งขนาดและผลประกอบการองค์กร เส้นทางอาชีพ อิทธิพล นวัตกรรม การดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกที่เป็นเอกลักษณ์ และความสำเร็จทางสังคม เป็นต้น
ส่วนประเทศไทย พบว่า ปีนี้ มีผู้นำหญิงติดอันดับ Fortune MPW Asia จำนวน 9 คนติดในทำเนียบ ครอบคลุมหลากอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การเงิน พลังงาน อุตสาหกรรม ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์
โดยผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย คือ “ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งติดอันดับที่ 33 ของเอเชีย โดยเธอติดรายชื่อ 100 สตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง
สำหรับ “ขัตติยา” นั้น เติบโตในครอบครัวข้าราชการ เป็นบุตรสาวของศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย อดีตคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลในแวดวงวิชาการบัญชีและการเงินของไทย
จบการศึกษา ปริญญาตรีบริหารธุรกิจบัณฑิต (การตลาด) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการ ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) ในปี 2530 ก่อนจะสอบชิงทุนธนาคารกสิกรไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท (MBA) ด้านการเงินและการลงทุน ณ University of Texas at Austin ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ “ขัตติยา” ได้พบกับ “บัณฑูร ล่ำซำ” ซึ่งตั้งคำถามถึงความภักดีต่อองค์กรหลังสำเร็จการศึกษา โดยเธอได้ให้คำมั่นว่าบิดาสอนให้มีความกตัญญู และหากธนาคารยังคงเห็นคุณค่าในตัวเธอ เธอก็พร้อมจะทำงานเพื่อองค์กรตลอดไป
หลังศึกษาจบ เธอสั่งสมประสบการณ์ผ่านหลายสายงานสำคัญ ตั้งแต่การวางรากฐานธุรกิจลูกค้ารายย่อย การบริหารสายงานสื่อสารการตลาด จนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) และกรรมการผู้จัดการ (President) จนกระทั่งในปี 2563 เธอได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งเป็นทั้ง สตรีคนแรก และ ผู้นำคนแรกที่ไม่ใช่บุคคลจากตระกูลล่ำซำ ในประวัติศาสตร์ 75 ปีของธนาคารไทย ภายใต้ การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งเธอเป็นโจทย์ใหญ่ของ CEO หญิงคนแรก
ทั้งการประคับประคองธุรกิจ บริหารสภาพคล่องของลูกค้ารายย่อย ,ผู้ประกอบการ การดูแลสวัสดิภาพของพนักงาน และการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินไม่ให้หยุดชะงัก
โดยความสามารถในการบริหารความกดดัน ด้วยความสุขุม ผสานความเฉียบขาดในการประเมินความเสี่ยง ทำให้เธอได้รับฉายาจากแวดวงธุรกิจว่า "สวยสังหาร" ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกที่อ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตน แต่เด็ดเดี่ยว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงในการตัดสินใจ
“ขัตติยา” เคยกล่าวถึงบิดาว่าเป็นต้นแบบของความขยัน ความใจเย็น และการรับฟังคนอื่น เพื่อนำข้อดีของแต่ละคนมารวมกัน ความใจดีสุขุมยังถูกเล่าผ่านเรื่องเล่า ว่าแม้เธอขึ้นเป็น CEO แต่ยังให้พนักงานเรียกเธอว่า “พี่เปิ้ล” เพื่อรักษาความเป็นกันเอง
ในแง่กลยุทธ์ทางธุรกิจนั้น เรียกได้ว่า “ขัตติยา” ของผู้นำการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของธนาคารกสิกรไทย และ วงการการเงินไทย ได้แก่
เมื่อได้รับเลือกจาก Fortune ขัตติยากล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้นำเพียงคนเดียว หากแต่เกิดจากความทุ่มเทและการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานธนาคารกสิกรไทยทุกระดับ”
เธอระบุว่า พนักงานกำลังร่วมกันขับเคลื่อนธนาคารให้เป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจ พร้อมช่วยให้ลูกค้าผ่านความท้าทายและคว้าโอกาสเติบโต
เรียกได้ว่า เส้นทางของ CEO หญิงเก่งคนนี้ คือ ต้นแบบของผู้นำยุคใหม่ที่น่าศึกษา โดยเฉพาะ แนวคิดและสไตล์การทำงานที่เป็นเอกลักษณ์
หลายครั้ง “ขัตติยา” ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า สำหรับเธอ ความรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสิ่งที่เคยเรียนรู้ในอดีตหรือสิ่งที่ระบุไว้ในตำรา เนื่องจากความรู้ในตำราอาจล้าสมัยได้อย่างรวดเร็วในยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ผู้นำยุคใหม่ จึงต้องมีคุณลักษณะ "เท้าติดดิน" (Grounded) พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง กล้าที่จะยอมรับว่าตนเองอาจไม่รู้ในบางเรื่อง และพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมกับทีมงานเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้แก่องค์กร
สะท้อนถึงหลักคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่ถือเป็นคุณสมบัติของผู้นำยุคใหม่ที่น่าเอาแบบอย่าง เพราะผู้นำที่ดี ไม่ใช่คนที่ต้องรู้ทุกเรื่อง แต่คือคนที่พร้อม Unlearn (ละทิ้งสิ่งเดิม) และ Relearn (เรียนรู้สิ่งใหม่) อยู่เสมอ
การติดอันดับ Fortune MPW Asia ต่อเนื่อง 3 ปีของ “ขัตติยา อินทรวิชัย” จึงเป็นมากกว่าเกียรติยศส่วนบุคคล แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของความเพียรพยายาม วินัยการบริหาร และภาวะผู้นำที่พร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนองค์กรไทยให้โดดเด่นบนเวทีการเงินระดับสากลนั่นเอง.
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney